แทนที่จะใบ้หวยเหมือนผีต้นกล้วย ดันขอให้ช่วยซะได้ ตื๊อผมทุกที่แม้แต่ในส้วม เกินไปหน่อยไหม พอไล่ เจ้าก้อนนิ่มก็จะโดดดึ๋งๆอยู่กับที่่ บอก ใจร้ายๆ ทั้งวัน
แทนที่จะใบ้หวยเหมือนผีต้นกล้วย ดันขอให้ช่วยซะได้ ตื๊อผมทุกที่แม้แต่ในส้วม เกินไปหน่อยไหม พอไล่ เจ้าก้อนนิ่มก็จะโดดดึ๋งๆอยู่กับที่่ บอก ใจร้ายๆ ทั้งวัน
“ราม”
“อาหารไม่อร่อยหรือคะ”
ข้าวหน้าปาท่องโก๋ทอดอาจจะดูเป็นเมนูแปลกๆ แต่เลิศรสสำหรับผม ตอนนี้มีร่องรอยพร่องไปเพียงแค่หน่อยเดียว แน่นอนว่าปกติผมต้องกินหมดไม่เหลือ ‘เฟิร์น’ เพื่อนสาวคนเดียวในกลุ่มมองผมสลับกับข้าวในจานไปมาอย่างสงสัย หล่อนวางช้อนบนจานตรงหน้า จานที่เคยมีข้าวผัดกะเพราหมูกรอบไข่ดาวประทับอยู่ได้ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ ตอนนี้พวกเราอยู่ที่โรงอาหารคณะนิเทศศาสตร์ของมหาลัยชื่อดังย่านชานเมือง เพื่อใช้เวลากับมื้อเที่ยงก่อนจะเข้าเรียนวิชาถ่ายรูปช่วงบ่าย
“เฮ้อ...น่าเบื่อ”ผมทำท่าเคี้ยวอากาศไปหนึ่งที “ฉันไม่ได้เป็นอะไร”
“ที่รัก ไม่ต้องไปยุ่งกับเจ้ารูปปั้นนี่หรอก มาสนคนหล่อๆแบบมาริโอ้ดีกว่า” ปกติผู้หญิงสวยๆต้องคู่กับผู้ชายหล่อๆ ไม่ก็เก่งๆ แต่สงสัยของเฟิร์นคงเป็นข้อยกเว้น ‘เดลต้า’ เพื่อนชายที่รู้จักกับผมมาตั้งแต่มัธยม ควบตำแหน่งแฟนของเฟิร์น เขากำลังเอามือเสยผมด้วยความมั่นอกมั่นใจในความหล่อ เฉพาะเที่ยงนี้ผมเห็นเดลต้าเสยผมประมาณแปดรอบแล้วมั้ง จริงๆแล้วผมไม่ได้เบื่ออาหารอะไรหรอก ก็แค่...
“นี่ๆ ราม ข้ารู้ว่าเจ้าได้ยินข้า เจ้าช่วยข้าเถอะนะ นะๆๆๆๆๆ”ก้อนวิญญาณสีฟ้าอ่อน ทรงกลมขนาดเท่าลูกบอลเด้งดึ๋งๆอยู่กับที่ข้างๆขา ไม่รู้ว่าเป็นวิญญาณหรือจิงโจ้โดดเก่งเหลือเกิน แถม...ตื๊อเก่งด้วย ถ้าผมปิดเสียงน่ารักๆของไอก้อนกลมๆนี่ได้ ผมจะทำทันที ‘พีท’ วิญญาณเร่ร่อนที่ตามผมไปทุกที่มาสี่ห้าวันแล้ว ทุกที่แม้แต่ส้วม เป็นตัววุ่นวายแถมยังชอบมาโวยวายใส่กันอีก
“ราม รามเป็นอะไรเหรอคะ ให้เฟิร์นป้อนไหม”
“ไม่เอานะที่ร้ากกก โอ๊ย เจ็บไปทั้งหัวใจ ทำไมยังทน ฮือๆ”
เพี้ยะ! ฝ่ามือเมียสุดที่รักของเพื่อนฟาดกลางกระหม่อมเพื่อนรักวัยมัธยมดังสนั่น
“ที่ร้ากกก เค้าเจ็บนะ แต่ที่ใจเจ็บที่สุด”
“ราม!” เสียงเจ้าก้อนกลมคำรามสุดเสียง “อย่าเมินข้านะ”
เจ้าก้อนสีฟ้างอแงโดดดึ๋งๆไปทั่วโรงอาหารเพื่อให้ผมสนใจ ที่คิดว่าเหมือนจิงโจ้ คงไม่เกินจริง พอถูกเมินทีไรก็เด้งดึ๋งๆไร้ทิศทางแบบนี้ตลอด ถ้าคนอื่นมองเห็นเจ้าก้อนนี่ ต้องจับมันไปแสดงโชว์งานวัดเก็บเงินซื้อกล้วยแขกแน่ๆ
เฮ้อ น่าเบื่อ
“ราม อย่าเมินข้านะ”
ปึง
เสียงปิดประตูดังเป็นสัญญาณระฆังว่าให้นักมวยเริ่มชกได้ ผมเตรียมเอามืออุดหู
“รามๆๆๆๆๆ ราม!”
ไอตัวก้อนๆที่เด้งไปกำแพงด้านขวาทีด้านซ้ายที ชนโคมไฟบ้าง ชนแก้วน้ำบ้าง จริงๆมันก็ดูน่ารักดีนะ ถ้าไม่นับเรื่องที่ชอบโวยวายกับติดดื้อไปหน่อย แต่เจอแบบนี้ซ้ำๆทุกวันบางทีก็ไม่ไหว น่าเบื่อ โชคดีที่เขาเป็นผีโวยวายแค่ไหนก็ไม่มีใครได้ยิน(ยกเว้นผม) เรื่องที่ว่าถ้าวิญญาณมีห่วงจะไปเกิดไม่ได้ผมก็พอจะเคยได้ยิน แต่วิญญาณที่เป็นก้อนกลมๆเหมือนเยลลี่ก็เพิ่งเห็นนี่แหละ ยังไงก็ตาม มันไม่ใช่เรื่องของผม
เมื่อสี่ห้าวันก่อน ผมไปถ่ายรูปที่โกดังเก็บของพวกชมรมเกษตรด้านหลังมหาลัยแล้วเจอเจ้าก้อนกลมๆนี่ดุ๊กดิ๊กๆอยู่ข้างถุงปุ๋ยเหมือนหมาชิสุโดนทิ้ง เห็นแปลกๆนิ่มๆก็เลยเอานิ้วไปจิ้มๆดู ไม่คิดเลยว่าอามรมณ์ชั่ววูบ ไม่สิ ชั่วเสี้ยววินาทีในตอนนั้น จะนำพาเจ้าจิงโจ้มาสู่ห้องนอนในวันนี้
เรื่องที่มีวิญญาณตามมาอยู่ด้วย ผมไม่ได้รังเกียจอะไรหรอกนะ ถึงผมจะไม่ค่อยถูกกับสิ่งที่มองไม่เห็นสักเท่าไหร่ก็เถอะ แต่เรื่องที่คอยตามตื๊อทั้งที่คอนโด ในห้องเรียน ที่โรงอาหาร ในรถยนต์หรือแม้แต่ในส้วม ดูท่าจะน่าเบื่อเกินไปหน่อย ไม่ใช่ว่าผมจะไม่เคยไล่หรอกนะ แต่พอผลักไสเมื่อไหร่ เจ้าก้อนนิ่มก็จะโดดดึ๋งๆอยู่กับที่ประท้วงแล้วก็บอกว่าผมใจร้ายๆทั้งวันทั้งคืน ก็แอบน่าสงสารเหมือนกัน ทั้งที่พีทเป็นวิญญาณอิสระแท้ๆ แต่แทนที่จะมาใบ้หวยเหมือนผีต้นกล้วย ดันมาขอให้ช่วยซะได้ นี่ถ้ามาเป็นแบบให้ผมช่วยถ่ายรูปให้ก็ว่าไปอย่าง
ผมนั่งเช็ดเลนส์กล้องบนโซฟาในห้องรับแขกไปพลางคิดเรื่องวุ่นๆในหัวไปด้วย อย่างเช่น การตายของพีทอาจจะดูน่าสงสัยหรือมีเงื่อนงำมาก ไม่งั้นพีทคงสืบเองและไปเกิดแล้ว ยังไงก็แล้วแต่ มันก็ไม่มีอะไรเกี่ยวกับผมอยู่ดี ผมเอาเวลาไปนั่งเช็ดเลนส์กล้อง แล้วเตรียมออกไปถ่ายรูปสวยๆฝึกฝีมือดีกว่า การตายของพีทผมรู้ไปก็ไม่ได้ช่วยให้ผมสร้างชื่อเหมือนพ่อได้ อีกอย่าง ต่อให้ผมไม่ช่วยสืบเรื่องนี้เดี๋ยวพีทก็คงไปหาคนอื่นให้ช่วยได้อยู่ดี
“ราม! ถ้ารามไม่ช่วยข้า ข้าจะ... ข้าจะเล่นงานเจ้า”
หึ เล่นงาน? อยากจะเด้งไปชนอะไรก็ตามใจ น่าเบื่อ...
วันต่อมา
แสงอาทิตย์อ่อนๆยามเช้าส่องลอดบานกระจกเข้ามากระทบผิวหน้า ผมที่ไม่เคยตั้งนาฬิกาปลุกสักวันก็ยังตื่นเช้าทันไปเรียนเช่นเดิม แม้ตอนนี้ผมรู้ว่าทันทีที่ผมลืมตาขึ้นมองไปรอบๆห้อง จะต้องเห็นพีทเด้งดึ๋งๆดึ๊บๆอยู่ตรงไหนสักที่ ผมก็คงไม่ตกใจแล้ว การตายของพีท พีทบอกว่าตัวเองจำอะไรไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าตายตอนไหนด้วยซ้ำ เลยมาขอให้ผมช่วย แต่ผมไม่ช่วยแน่นอนอยู่แล้ว ดังนั้นวันนี้ต้องไล่พีทออกไปให้ได้ ถ้าไม่สงสารอีกอะนะ
ผมกวาดตามองไปรอบเตียงและแน่นอนว่า ผมเห็น.....
“อ๊ากกกกก คุณเป็นใคร”
ผมขยี้ตาตัวเองสองสามทีจนมั่นใจว่าสายตาผมยังไม่ได้ฟั่นเฟือน ผู้ชายเตี้ยๆอ้วนๆเหมือนโก๊ะตี๋ ในชุดเสื้อลายดอกนี่มันเป็นใครกัน ตกใจนะเนี่ย จู่ๆตื่นมาก็มีไออ้วนที่ไหนไม่รู้มายืนจ้องหน้าอยู่ปลายเตียง นี่ผมต้องแจ้งความหรือแจ้งยามก่อนดี
“ท่านยมๆ นี่แหละคนที่ข้าเล่าให้ฟัง ชื่อราม” เจ้าก้อนสีฟ้าเด้งดึ๋งๆมาจากข้างซอกโต๊ะแคบๆหลังผ้าม่าน พีทโดดขึ้นมาบนเตียงแนะนำผมให้กับแขกไม่ได้รับเชิญ ผมไม่ได้พูดอะไรต่อ แค่ใช้สายตาพิฆาตส่งไปหาเจ้าก้อนเยลลี่เป็นเชิงถามและดุในที
“แหะๆ อรุณสวัสดิ์ราม เจ้าอย่าโกรธข้าเลยนะ ข้าแค่พาคนรู้จักมานิดหน่อย”ผมส่งสายตาดุซ้ำ “นี่คือ ท่านยม ยมทูตในอานาเขตแถวนี้”
อืม...ยมทูต
ห้ะ
“ฮวาหลวน ลูกต้องช่วยงานเย็บปักของตระกูล” “ไม่มีทางหรอกแม่”ของมีคมสำหรับผม มันคือไวอากร้าน่ะสิ!แต่ใครจะไปคิดว่า…“ขนาดเกิดใหม่ ยังโดนสั่งให้เย็บผ้าอีก!”“ไม่ทำ ตัดนิ้ว” แม่ทัพใหญ่แม้จะทำเสียงดุ
ไวน์ นักศึกษาปี 2 เดือนคณะผู้ปฏิญาณตนว่าจะโสดตลอดไป เจ้าของใบหน้าหล่อออกหวานนิดๆแบบเกาหลี คนที่วันๆอยู่กับการวิ่งไปแย่งคอมตัวแรงเพื่อดูหุ้นไม่ก็จมหัวอยู่ที่ร้านหมูกะทะ เรื่องโน่นนี่ไม่สนก็จริง แต่ใครอย่ามาปากหมาใส่แล้วกัน แปลงร่างเป็นพิตบูทันที เบียร์ เอกอินเตอร์บริหาร คุณชายตระกูลดังขี้รำคาญ ใบหน้าหล่อคมที่ใครๆก็บอกว่าควรขึ้นตำแหน่งเดือนมหาลัย คุณชายที่ขับรถหรู ใช้ของแบรนด์เนมทั้งตัว แต่ติดที่ปากเสีย ขี้เหวี่ยง ไม่คบค้าสมาคมกับใคร ขู่ได้แม้กระทั่งอธิการบดี ꧁{★… ★}꧂ ไอ้ผู้ชายปากหมานั่นใครวะ หยิ่งฉิบหาย พอแหย่เขาแล้วเขาไม่เล่นด้วย ไวน์เลยตามตอแยทุกวิถีทาง แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้คิดอะไรนะ ด่าเขาปาวๆ บอกแค่จะเอาของมาคืน! เบียร์เห็นก็เลยแก้เผ็ด วุ่นวายดีนัก ตีหัวรวบเข้าบ้านเลยแล้วกัน “อย่าดื้อ หมอสั่ง” “หรือวะ หมอสั่งให้กูอยู่กับมึงนานขนาดนี้เลย?” ฟอด!!! คุณตำรวจ มีคนลวนลาม! “ไอ้เห้เบียร์!!” ꧁{★… ★}꧂ Trigger Warning ***สำหรับนักอ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน*** นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาติดเรท 18+ คำหยาบคาย และฉากไม่เหมาะสม. โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน. *พฤติกรรมบางอย่างไม่ควรลอกเลียนแบบ
เหมยลี่ อายุ 25 ปี คุณหนูผู้ร่ำรวย สาวตากลมตัวเล็กผิวขาวมาดซีอีโอนุ่มนิ่ม เธอใช้เงินบัลดาลทุกอย่างตามใจ ไม่แคร์โลก ใครจะรู้ว่าภายใต้หน้ากากของซีอีโอสาวสุดเพอร์เฟค จะเต็มไปด้วยเรื่องราวของนิยายในหัว แถมมีอยู่เรื่องเดียวซะด้วย งานนี้งานการไม่ทำมันแล้ว มู่จิน พระเอกนิยายติงต๊อง ที่ฆ่าเมียตัวเองตายในคืนเข้าหอ ชายหนุ่มร่างใหญ่เจ้าของเรือนผมดำยาวและสันกรามทรงเสน่ห์ เขามีประวัติความเป็นมาหรือเรื่องราวของเขาเป็นมาอย่างไร ไม่มีผู้ใดรู้ได้ เขาเบื่อหน่ายโลกใบนี้เต็มทน ชีวิตคนสำหรับเขาก็เป็นเพียงเศษหญ้าเท่านั้น ꧁⊱ ⊰꧂ เพราะถูกรถชนตายตอนที่เพิ่งอ่านนิยายจบรอบที่ 99 ยังไม่ครบร้อย พอลืมตามาก็อยู่ในร่างตัวประกอบ ไม่ใช่นางเอกไม่พอยังต้องแต่งงานกับคนบ้า 'เหมยลี่' คนนี้เลยต้องพยายามฆ่าเจ้าบ่าวในห้องหอ ก่อนที่เธอจะถูกเขาฆ่าตามบทในนิยายอีกครั้ง แต่แล้ว ความพยายามของเธอก็ไร้ค่า เธอตายอีกครั้งแล้วไม่ได้กลับโลกเดิม แต่ย้อนกลับมาที่คืนเข้าหอ ทว่าทำไมรอบนี้คุณพระเอกเจ้าบ่าวมองเธอตาเยิ้มขนาดนั้นล่ะเนี่ย ꧁⊱ ⊰꧂ Trigger Warning ***สำหรับนักอ่านที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน*** นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงใดๆ นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาติดเรท 18+ คำหยาบคาย และฉากไม่เหมาะสม. โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน. *พฤติกรรมบางอย่างไม่ควรลอกเลียนแบบ*
เตียวเฉิน ก่อนตายเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ในโลกใหม่ เขาเป็นพระรองมาดแมนแม้ตัวจะไม่มีกล้ามแซงหน้าพระเอก ในเมื่อเกิดมาหล่อ รวย หน้าตาการศึกษาดี แต่ข้างในวิญญาณไม่มีความรู้สักกะติ๊ด เขาจึงพยายามใช้สมองอันน้อยนิดหาหนทางรอด ด้วยการ มุดโพลงหมาลอดออกไปเป็นขอทานเสียเลย มู่จิน พระเอกของโลกใบนี้ นักธุรกิจและผู้มีอำนาจที่สุดในเมือง ชายหุ่นกล้ามที่ชอบใส่สูทผูกไทป์ แล้วหมกตัวอยู่แต่ในบ้าน สีหน้าของเขาเยือกเย็นตลอดเวลา อะไรๆในโลกก็น่ารำคาญไปหมด ยกเว้นวันที่เห็นตัวอะไรปีนเข้าบ้าน ꧁{★… ★}꧂ เกิดใหม่ก็ต้องดิ้นรนหนีออกจากบ้าน พอนึกไปแล้ว เข้าร่างพระรองมาได้ไม่กี่เดือน แต่เดี๋ยก็ถึงเวลาที่พระเอกนายเอกเขาก็จะเจอกันแล้ว ผมก็ชิงหนีออกไปเป็นขอทานก่อนน่ะสิ เรื่องอะไรจะอยู่รอแบดเอ็น เอ๊ะ ผู้ชายที่เปลื่อยกายนั่นหน้าคุ้นๆ ทำไมบ้านที่ผมปีนกำแพงเข้าไปมันดันเป็นบ้านพระเอกล่ะ ซวยแล้ว งั้นตีเนียนไม่รู้ไม่ชี้ก่อนแล้วกัน ทั้งที่ตั้งใจจะอยู่ที่นี่อีกนิดเดียวแท้ๆ พวกคนใช้เองก็บูลลี่กันอยู่ได้ ผมมั่นใจว่าพระเอกต้องโยนผมออกไปในไม่ช้า เขาน่ะระแวงผมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่... แปลกๆ นะ ขอทานแล้วได้เสื้อผ้า อาหาร เพชรพลอย ที่แปลกกว่าคือ พอผมอาละวาทพังบ้าน เกิดอะไรขึ้นรู้ไหม เจ้าของบ้านซื้อเฟอร์ใหม่มาให้พังเพิ่มน่ะสิ วันๆหัวจะปวด เขาจับผมมัดตั้งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในห้องทำงาน แล้วก็เอาแต่นั่งครุ่นคิดว่าพรุ่งนี้จะเอาอะไรมาให้ตอนผมขอทานดี ผมนี่ขมวดคิ้วเลย ꧁{★… ★}꧂
เมื่อคู่แห่งโชคชะตา4ขวบ อัลฟ่าพัมธุ์แท้คนสุดท้าย ผู้เพรียบพร้อมด้วยเงินและอำนาจ วันหนึ่งลูกน้องก็พังประตูเข้ามาบอกว่า เจอคู่โชคชะตาเขาแล้ว ทว่า จะป้ำลูกยังไง ก็เนื้อคู่เขาใส่ชุดอนุบาลหมีน้อยกอดตุ๊กตา
อาหลีพยายามหาหลัวในฝันผ่านตู้ปลากัด ใครที่เดินผ่านปลากัดแล้วจ้องตาเขาตอน9โมงตรงคนนั้นคือ เนื้อคู่ ...เจ้าของร้านเอือมจนขี้เกียจไล่ มาบ่อยแค่ไหนถามใจเธอดู แต่โชคชะตาก็เล่นตลกเมื่อเนื้อคู่ไม่ชอบป้าบ!
ในชาติก่อน ซูเยว่ซีถูกอวิ๋นถังยวี่ทำร้ายจนตาย ทำผิดต่อครอบครัวของท่านตา และตัวเองยังถูกทรมานจนตาย เกิดใหม่ครั้งนี้ นางตั้งใจจะจัดการกับพวกผู้ชายชั่วและหญิงเลวจัดการพ่อชั่ว เพื่อปกป้องแม่และครอบครัวของท่านตาให้ปลอดภัย พวกผู้ชายชั่วเข้ามาใกล้งั้นเหรอ นางจะใช้แผนให้เขาเสียชื่อเสียง หญิงตีสองหน้าเก่งชอบทำตัวอ่อนแองั้นเหรอ นางจะเปิดโปงธาตุแท้อีกฝ่ายและไล่นางออกจากจวนซู! ในชาตินี้ สิ่งที่นางต้องทำคือการจัดการพวกปลวกที่แอบแฝงอยู่ในราชสำนัก แก้แค้นคนทรยศ เพื่อปกป้องท่านตาที่เป็นคนซื่อสัตย์ นางใช้มือเรียวเป็นเครื่องมือ ก่อให้เมืองจิงเกิดความวุ่นวาย แต่ท่ามกลางความโกลาหล นางได้พบกับองค์ชาย ผู้ที่ทุกคนเล่าลือว่าเป็นคนพิการ “อวิ๋นเฮิง เจ้าจะมาขวางข้าหรือ” อวิ๋นเฮิงยิ้มเบาๆ “ไม่ ข้าตั้งใจจะมาช่วยเจ้า”
คิณ อัคนี สุริยวานิชกุล ทายาทคนโตของสุริยวานิชกุลกรุ๊ป อายุ 26 ปี นักธุรกิจหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตร เย็นชากับผู้หญิงทั้งโลกยกเว้นเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น เอย อรนลิน "เมื่อเขาดึงเธอเข้ามาในวังวนของไฟรักที่แผดเผาหัวใจดวงน้อยๆของเธอให้ไหม้ไปทั้งดวง" "เธอแน่ใจนะว่าจะให้ฉันช่วยค่าตอบแทนมันสูงเธอจ่ายไหวเหรอ?" เอย อรนลิน พิศาลวรางกูล ดาวเด่นของวงการบันเทิงที่ผันตัวไปรับบทนางร้าย เธอสวย เซ็กซี่ ขี้ยั่วกับเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น "เขาคือดวงไฟที่จุดประกายขึ้นในหัวใจดวงน้อยๆของเธอให้หลงเริงร่าอยู่ในวังวนแห่งไฟรัก" "อะ อึก จะ เจ็บ เอยเจ็บค่ะคุณคิณ"
เมื่อผู้หญิงที่เพื่อนๆ ตั้งสมญานามว่าแม่ชีอย่างเธอจับพลัดจับผลูต้องมาเจอกับผู้ชายหน้านิ่งที่เอะอะกอด เอะอะจูบอย่างเขา อา…แล้วพ่อคุณก็ดันเป็นโรคนอนไม่หลับ จะต้องนอนกอดเธอเท่านั้นด้วย แบบนี้เธอจะเอาตัวรอดได้ยังไงล่ะ “ชอบอาหารเหนือไหม” “ชอบมากเลยคุณ ให้กินทุกวันยังได้เลย” “มากพอจะอยู่ที่นี่ไหม” “แค่กๆๆ” …………… …………………………………………………………………………………………………………………………. “คุณ! เอากระบอกไฟฉายออกไปวางที่อื่นก่อนได้ไหม มันดันหลังฉัน ฉันนอนไม่หลับ” คนที่ใกล้จะหลับบอกเสียงอู้อี้ “เอ้อ! ไม่มีนี่” เขาบอกเสียงอึกอัก “มันจะไม่มีได้ไง ก็มันดันหลังฉันอยู่เนี่ย” เธอมั่นใจว่ามีแน่ๆ ก็หลักฐานมันทนโท่ขนาดนี้ “อืม! นอนเถอะ ไม่มีหรอก” “จะไม่มีได้ไง ก็นี่ไง” คุณเธอยืนยันด้วยการคว้าหมับเข้าให้ พร้อมหันกลับมา หวังงัดหลักฐานที่อยู่ในมือมาพิสูจน์ให้ได้เห็นกันจะๆ คาตา แต่… ตึก ตึก ตึก อา…! ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่คาตา แต่ยังคามือเธอด้วย เธออ้าปากตาค้างราวกับกำลังตกตะลึงสุดขีด ก่อนจะก้มมองไอ้ที่คิดว่าเป็นกระบอกไฟฉายในมือสลับกับเงยหน้ามองเขา จากนั้นก็… “กรี๊ด…!” เธอร้องลั่นพร้อมกับยื่นเท้าถีบออกไปสุดแรง ตุบ! คนไม่ทันตั้งตัวร่วงตุ้บลงไปบนพื้น ครั้นพอจะลุกขึ้น คุณเธอก็ตะโกนเสียงดังลั่นขึ้นมาอีก “หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะไอ้คนลามก คนเลว คุณมันทุเรศที่สุด คุณให้ฉันจับไอ้นั่นของคุณ มัน…อี๋…! เธอพูดพลางทำท่าขยะแขยง แล้วมาส่องกระบอกไฟฉายพ่อเลี้ยงพร้อมกันนะคะ
อดีตนักฆ่าสาวอันดับหนึ่ง ผู้มีใจคอโหดเหี้ยมได้ทะลุมิติอยู่ในร่างสาวน้อยรูปโฉมอัปลักษณ์ ที่ทุกคนต่างสาปส่งและรังแกสารพัด!
ทุกคนรู้ดีว่า บุตรีคนโตที่ไม่เป็นที่โปรดปรานในจวนโหวอันติ้งแห่งเมืองหลวง ทำให้แม่แท้ๆ ของตนต้องเสียชีวิต เป็นคนที่ถูกมองว่าเป็นตัวโชคร้าย ก่อนแต่งงานก็ทำให้แม่เลี้ยงฝันร้ายอยู่หลายวัน ออกเดินทางไปทำบุญนอกเมืองก็ถูกโจรจับตัวไป แต่ใครจะคิดว่าโชคร้ายกลับกลายเป็นโชคดี นางเปลี่ยนนิสัยไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ยอมให้ใครมารังแกอีกต่อไปที่แท้ซูชิงซวู่ ผู้สุดยอดสายลับที่ทะลุมิติมาเผชิญกับพ่อที่เย็นชา แม่เลี้ยงที่ชั่วร้าย คู่หมั้นที่นอกใจน้องสาวต่างแม่ แต่ไม่เป็นไร คอยดูว่าเธอจะจัดการพวกชั่วช้า และเอาคืนทุกอย่าง ทว่าทำไมท่านอ๋องผู้นั้นถึงมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลกๆ นั่นล่ะเผ่ยเสวียนจู: บุญคุณที่ช่วยชีวิต ไม่มีสิ่งใดตอบแทนได้ นอกจากเอาตัวไปแลก
หลังจากแต่งงานกันมาสามปี เวินเหลี่ยงก็ยังไม่เคยได้ความรักจากฟู่เจิ้งแต่อย่างใดเลย เมื่อรักแรกของเขากลับมา สิ่งที่รอเธออยู่คือหนังสือการหย่า "ถ้าฉันมีลูก คุณยังเลือกหย่าไหม?" เธออยากจับโอกาสสุดท้ายนี้ไว้ แต่แล้วมีแต่คำตอบที่เย็นชาว่า "ใช่" เวินเหลี่ยงหลับตาและเลือกที่จะปล่อยมือ ...ต่อมาเธอนอนอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยความสิ้นหวังและลงนามในข้อตกลงการหย่า "ฟู่เจิ้ง เราไม่ได้เป็นหนี้กันอีกต่อไปแล้ว..." ชายที่มีความเด็ดขาดและเย็นชามาโดยตลอดนอนอยู่ข้างเตียงขอร้องให้อีกฝ่ายกลับมาด้วยเสียงแผ่วเบา "เหลียง ได้โปรดอย่าหย่าได้ไหม?"
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY