.. "ใครให้คำนิยาม ว่าการแต่งงานคือตอนจบของชีวิต การแต่งงานต่างหากล่ะ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด" .. . . . # "หากมนุษย์เราสามารถย้อนอดีตไปได้ แล้วการแก้ไขเรื่องราวในอดีต จะทำให้อนาคตเปลี่ยนแปลงไหม"
.. "ใครให้คำนิยาม ว่าการแต่งงานคือตอนจบของชีวิต การแต่งงานต่างหากล่ะ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด" .. . . . # "หากมนุษย์เราสามารถย้อนอดีตไปได้ แล้วการแก้ไขเรื่องราวในอดีต จะทำให้อนาคตเปลี่ยนแปลงไหม"
‘ใครให้คำนิยาม ว่าการแต่งงานคือตอนจบ
การแต่งงานต่างหากละ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด’
‘หากมนุษย์เราสามารถย้อนอดีตไปได้
แล้วแก้ไขเรื่องราวในอดีต
จะทำให้อนาคตจะเปลี่ยนแปลงไหม’
.
.
.
.
“กราบเรียนแขกผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ วันนี้เป็นวันมงคลสมรสระหว่าง นางสาว โสธิยา กับ นาย จิรณัฐ หรือคุณหยกและคุณนิล กระผมซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเจ้าบ่าว อยากจะกล่าวคำอวยพรกับพวกเขาสักนิด” สายตาของผู้ที่ยืนอยู่บนเวที ของเขามองไปยังเจ้าบ่าวที่ประสานมือกับเจ้าสาวไว้แน่นด้านล่างของเวที
“ผมขอแสดงความยินดีกับเจ้าสาวและเพื่อนของผม ที่เป็นฝั่ง เป็นฝากะเพื่อนเขาได้เสียที” พิธีกรของงาน หันหน้ามาทางเจ้าบ่าวอีกครั้ง “ไอ้นิลกูขอให้มึงมีความสุขกับน้องหยก มีลูกเต็มบ้าน มีหลานเต็มเมือง จบงานแล้วรีบทำหลานให้กูนะเว้ย” สายตากรุ้มกริ่มของอีกฝ่ายกล่าวทีเล่นทีจริง แต่สามารถเรียกเสียงเฮฮาจากแขกได้เป็นอย่างดี
แต่ชายหนุ่มซึ่งเป็นเจ้าบ่าว กล่าวออกมาเบา ๆ ด้วยคำว่า ‘เชี่ย’ จนเพื่อนของเขาหยักคิ้วกลับสองถึงสามครั้ง ก่อนจะกล่าวใส่ไมค์
“เอาละครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขอเชิญเจ้าบ่าวและเจ้าสาวขึ้นมากล่าวขอบคุณกับแขกครับ” พูดจบ เขาก็ผายมือให้เจ้าของงานขึ้นมาด้านบน
เมื่อทั้งสองได้สาวเท้าขึ้นมาบนเวที เป็นจิรณัฐที่เป็นฝ่ายรับไมค์มาจากเพื่อนชายหรือพิธีกร ก่อนที่จะปลีกตัวเองยืนข้าง ๆ เวที
“อะ เอ่อคือ...ผมอยากจะกล่าวขอบพระคุณทุกท่านที่มาร่วมงานของผมในคืนนี้ ขอบคุณญาติพี่น้องของผมที่มางานให้เกียรติผมและภรรยา ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ยอมสละงานสละเวลาเพื่อมางานแต่งของเพื่อนที่ไม่เอาไหน และผมขอขอบพระคุณ ผู้มีพระคุณของผมและเจ้าสาวที่ยอมรับในตัวผู้ชายคนนี้” จิรณัฐยกมือไหว้กล่าวขอบคุณแขกที่มาในงาน รวมไปถึงบิดาและมารดาของเขากับของโสธิยา ที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะด้านข้าง
หลังจากที่จิรณัฐกล่าวจบเสียงปรบมือก็ดังกระหึ่มไปทั่วห้องโถงก่อนจะยื่นไมค์ให้กับเจ้าสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“หยกขอขอบพระคุณทุกท่านเช่นกันนะคะ ไม่ว่าจะเป็นแม่งานที่จัดหาสถานที่ จัดหาชุดงานแต่งที่เหมาะสมกับพวกเราทั้งสอง รวมไปถึงการถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง และหยกขอขอบพระคุณแขกในงานทุกท่านนะคะ ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องของหยก เพื่อน ๆ ที่ยอมมางานแต่งของหยก ถึงแม้ว่าบางท่านไม่สะดวกมาก็ตาม และหยกขอขอบพระคุณคุณพ่อ คุณแม่ของพี่นิล และคุณพ่อคุณแม่ของหยก ที่ให้พวกเราได้อยู่กันฉันสามีภรรยา” ในระหว่างที่เธอกล่าว ก็ได้พนมมือขึ้นมาพร้อมกับขอบคุณทุก ๆ คนที่มาในงานของพวกเขา
เมื่อหญิงสาวกล่าวจบก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นมาอีกครั้งจากแขกที่มาร่วมงาน พิธีกรอย่างธราธิปที่อยู่ข้างเวที ก็ได้สาวเท้าเข้ามา โสธิยาจึงได้ยื่นไมค์ให้เขา
“เจ้าสาวและเจ้าบ่าวได้กล่าวไปแล้ว เรามาฟังฝ่ายญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองกันบ้างนะครับ ผมขอเรียนเชิญคุณพ่อคุณแม่ของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวกล่าวมาอวยพรบนเวทีสักหน่อยนะครับ” เมื่อพิธีกรกล่าวจบ เสียงปรบมือก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเขาที่ผายมือให้ผู้ใหญ่ทั้งสองขึ้นมายังบนเวที
ผู้ใหญ่ทั้งสี่ก็ได้สาวเท้าขึ้นมาทีละคู่ พร้อมกับรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้า ก่อนที่บิดาของฝ่ายเจ้าบ่าวได้ยื่นมือไปรับไมค์ด้วย ในขณะที่มือของเขาประสานมือภรรยาของตนที่อยู่ข้าง ๆ
“พ่อกับแม่ก็ขอให้ลูกทั้งสองมีความสุข หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน ไม่ว่าจะทุกข์หรือจะสุขขอให้ลูกทั้งสองอยู่เคียงข้างกันไปจน แก่เฒ่าเหมือนอย่างพ่อและแม่” บิดากล่าวจบ เสียงโห่ร้องของญาติพี่น้อง พร้อมกับเสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ชายวัยกลางคนจะยื่นไมค์ให้กับอีกฝ่าย
“แม่กับพ่อดีใจที่ลูกของแม่ได้มีครอบครัว มีคู่ชีวิตที่ดี ที่คอยอยู่ข้าง ๆ ในวันที่ลูกลำบาก หากเมื่อไหร่ที่ลูกทั้งสองทะเลาะเบาะแว้งกัน แม่อยากให้นึกถึงวันที่เรามีความสุข มีเรื่องอะไรโกรธเคืองกันก็หันหน้าปรับความเข้าใจให้เร็ว และเป็นสามีภรรยาที่มีความสุขให้ชาวบ้านเขาอิจฉา แล้วรีบมีหลานให้แม่ไว ๆ นะ” มารดาของโสธิยาแอบกระซิบเบา ๆ เรียกเสียงหัวเราะและเสียงโห่จากแขกในงานได้ดี
“เอาละครับ เมื่อได้ยินเหล่าคุณพ่อและคุณแม่กล่าวเช่นนี้ ผมขอเรียนเชิญพวกท่านให้ไปพักผ่อนทานอาหารด้านล่างกันต่อนะครับ” ว่าแล้วธราธิปก็ได้ผายมือไปยังผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ให้เชิญไปที่โต๊ะตามเดิม “มีสาว ๆ คนไหนที่ยังโสด ยังไม่มีแฟน หรือสาว ๆ ที่มีแฟนแล้วเชิญมายืนรอหน้าเวทีนะครับ ตอนนี้ถึงช่วงที่เจ้าสาวจะต้องโยนช่อดอกไม้แล้วครับ” เขายังคงกล่าวต่อไป ก่อนจะผายมือให้เจ้าสาวอย่างโสธิยาให้มาด้านหน้าเวที ในมือที่ถือดอกไม้ช่อใหญ่พร้อมกับหันหลังให้แขกที่มาในงาน
“ผมจะเริ่มนับถอยหลังแล้วนะครับ” เขาบอกหญิงสาวที่มาออกันหน้าเวทีอยู่หลายสิบคน มีทั้งสาวใหญ่ สาวแก่ แล้วสาวจริง ๆ มาร่วมสนุกกันขำ ๆ
“สาม” ธราธิปเริ่มนับถอยหลัง ในขณะที่โสธิยาค่อย ๆ ขยับแขนแกว่งไปมา
“สอง” เสียงนับถอยหลังยังคงดังอยู่เป็นระยะ
“หนึ่ง” เมื่อสิ้นเสียงพิธีกร โสธิยาจึงได้โยนช่อดอกไม้จนสุดแขน เสียงเชียร์จากแขกในงาน พร้อมกับเสียงกรีดร้องวี๊ดว๊ายของสาว ๆ หน้าเวที แค่เพียงชั่วครู่ก็พบว่าช่อดอกไม้ช่อนั้นไปอยู่ในมือของผู้หญิงที่มาร่วมงาน ซึ่งเป็นเพื่อนฝ่ายเจ้าบ่าว พร้อมกับโยกช่อดอกไม้ในมือว่าเธอเป็นคนได้มันไป
“แสดงความยินดีกับผู้ที่ได้ช่อดอกไม้นะครับ หากคุณสาว ๆ ยัง ไม่มีแฟน ผมสามารถเป็นคู่ให้ควงได้นะครับ” ใบหน้ายิ้มแย้มของพิธีกร พร้อมกับเสียงโห่ร้องจากเพื่อน ๆ ที่นั่งมองพวกเขา
++ คำโปรย ++ เมื่อเธอท้องกับเขา แต่แม่ฝ่ายชายกลับไม่ยอมรับแถมยังให้ชายคนรักของตนต้องไปแต่งงานของคนอื่นน้องแฝดที่คลอดก่อนกำหนดด้วยสภาวะจิตใจของผู้เป็นแม่จะเป็นอย่างไร +++ เนื้อหาบางส่วน +++ "พะ แพรว... อ๊ายยย" ธิดาเสียหลัก จึงเรียกสายตาของทุกคน พร้อมกับแพรวที่เข้ามาหาร่างของเธอ "กะ แกละ เลือด..." น้ำเสียงสั่นเครือ มองไปบนพื้น ซึ่งเริ่มมีสีแดง ค่อย ๆ ไหลเจิ่งนอง ใบหน้าของธิดาเริ่มไม่สู้ดี เมื่อเพื่อนสาวของตนบอกว่ามีเลือด จึงทำให้ธิดาก้มไปมองด้านล่าง และก็เป็นอย่างที่เห็น "ธะ ธิดา" นันยศลืมไปเลยว่าตนเองอยู่ในฐานะไหน ร่มที่กางแดดบังลมให้กับขวัญเนตร ก็ร่วงหล่นตกพื้น ก่อนจะรีบปีนข้ามรั้ว ปรี่เข้ามาชอนร่างของธิดามาอยู่ในวงแขน "ฉันจะพาธิดาไปโรงพยาบาล ส่วนเธอค่อยตามไป เตรียมของทุกอย่างของธิดาให้พร้อม และอย่าลืมบอกแม่ด้วย" เขากล่าวเสร็จสรรพ ก่อนจะสาวเท้าไปด้านหน้า เช่นเดียวกับที่แพรววิ่งไปเปิดประตูรั้ว "อุ่น!" ตะโกนลั่น ริมฝีปากที่ขบเม้มเข้าหากัน แววตาเบิกโพลง ไม่ชอบใจที่เขาทำอะไรออกนอกหน้า "ถ้ายังเป็นคน ก็หลีกไปซะ ผมจะไม่ยอมให้ลูกในท้องเป็นอะไรเด็ดขาด" น้ำเสียงเข้มของนันยศ ทำให้ขวัญเนตรต้องสะดุ้ง เพราะตั้งแต่ทั้งสองเป็นสามีภรรยา เขาก็ไม่เคยใช้น้ำเสียงแบบนี้กับหล่อนเลยสักครั้ง
กุมภัณฑ์ เป็นชายหนุ่มที่เกิดในราศี กุมภ์ และเขาเป็นผู้ที่อยู่ในดินแดนของยมโลก เนื่องด้วยได้คำสั่งจากเบื้องบนให้ไปดูแล โมราห์ เป็นเด็กสาวที่อยู่ในการปกครองของ กุมภัณฑ์ แต่มันจะเกี่ยวอะไรกับเธอหรือเปล่านะ ทำไมถึงต้องส่งชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ที่วัน ๆ คลุกคลีสาวงามที่ดินแดนมีแต่กระทะทองแดง ต้นหงิ้ว และเสียงร้องโหยหวยจากพวกวิญญาณที่ทำชั่ว ทว่าเขาจะอดใจได้หรือไม่ ที่ไม่ได้ปลดปล่อยความเป็นชาย
++ คำโปรย ++ ใครจะไปคิดล่ะว่านางจะเข้าไปอยู่ในซีรีส์ที่ได้ชมก่อนนอน จึงทำให้นางได้ไปพบกับท่านแม่ทัพในสมัยราชวงศ์ชิง ซึ่งมีจักรพรรดิเฉียนหลงเป็นฮองเต้ในสมัยนั้น แถมท่านแม่ทัพผู้นี้เพิ่งจะโดนหักอกมามาด ๆ อีกด้วย *** เนื้อหาบางส่วน *** “เกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ” เสียงสาวใช้ในเรือนของซูเม่ย ดังขึ้นมาจากด้านนอก พลางรีบปรี่เข้ามาหานายของตน ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าสาวใช้ของตนมาก่อน “เจ้าจะเอะอะโวยวายอันใดกัน ข้ากำลังนั่งปักผ้าให้สามี” ซูเม่ยที่กำลังจดจ่อกับผ้าขาวบาง ที่มีไม้ขนาดสี่เหลี่ยมทับผ้าผืนนั้นเอาไว้ พร้อมกับลายผ้าที่มีรอยร่างเส้นไว้บาง ๆ ให้เป็นลายปัก “กะ… เกิดเรื่องใหญ่ที่เรือนภรรยาเอกของท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ” สาวใช้คนดังกล่าวมีใบหน้าที่ตื่นตระหนก พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ “เกิดเรื่องอันใดของเจ้ากัน ข้ากำลังอารมณ์ดี ๆ เจ้ากลับหาเรื่องมาให้ข้าอารมณ์ขุ่นมัว” คิ้วขมวดเป็นปมของซูเม่ยบ่งบอกว่านางไม่สบอารมณ์จริง ๆ เพราะหลังจากที่ท่านแม่ทัพมาให้ความสุขกับนางถึงในอ่างอาบน้ำ นางจึงปักผ้าให้สามีของตนเป็นการตอบแทน ที่อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ลืมนางเสียทีเดียว
เมื่อ 'รมิตา' ต้องมาเป็นเลขาจำเป็นอย่างไม่เต็มใจ เพราะ 'ชัชนนท์' เป็นบอสของเธอ ที่เอาแต่จะหาเรื่องแกล้งเธอตลอดเวลา แต่ทว่ามีอะไรฝั่งใจชัชนนท์กันนะ ถึงได้แกล้งนางเอกของเรา แต่มันมีเรื่องราวอะไรมากกว่านั้น
*** เนื้อหาบางส่วน *** ปลายนิ้วหยาบแตะลงบนกางเกงชั้นในของขวัญจิราอย่างเบา ๆ พร้อมกับใช้ปลายนิ้วถูขึ้นลงไปมาระหว่างร่องสาวของเธอ ในขณะที่หญิงสาวนั่งจนตัวเกร็ง เพราะเธอไม่เคยรู้สึกยินดีและเต็มใจขนาดนี้มาก่อน “อ๊า! อ๊ะ! อ๊ายยย” คิรากรถูปลายนิ้วขึ้นลงตามจังหวะจากช้าไปเร็ว จนทำให้หญิงสาวหลุดครางเสียงดังออกมาด้วยความเสียว “พี่ขอนะขวัญ” เขากระซิบบอกหญิงสาวที่ตอนนี้นั่งหลับตาพริ้มพร้อมกับขบเม้มริมฝีปากของตนเพื่อกลั้นความเสียวนั้นเอาไว้ ขวัญจิราพยักหน้าตอบเขาแทน เพียงแค่นั้นเขาก็จับกางเกงชั้นในของเธอหลุดออกจากขาขาว ๆ ของเธออย่างเบามือ
ในชาติก่อน ซูเยว่ซีถูกอวิ๋นถังยวี่ทำร้ายจนตาย ทำผิดต่อครอบครัวของท่านตา และตัวเองยังถูกทรมานจนตาย เกิดใหม่ครั้งนี้ นางตั้งใจจะจัดการกับพวกผู้ชายชั่วและหญิงเลวจัดการพ่อชั่ว เพื่อปกป้องแม่และครอบครัวของท่านตาให้ปลอดภัย พวกผู้ชายชั่วเข้ามาใกล้งั้นเหรอ นางจะใช้แผนให้เขาเสียชื่อเสียง หญิงตีสองหน้าเก่งชอบทำตัวอ่อนแองั้นเหรอ นางจะเปิดโปงธาตุแท้อีกฝ่ายและไล่นางออกจากจวนซู! ในชาตินี้ สิ่งที่นางต้องทำคือการจัดการพวกปลวกที่แอบแฝงอยู่ในราชสำนัก แก้แค้นคนทรยศ เพื่อปกป้องท่านตาที่เป็นคนซื่อสัตย์ นางใช้มือเรียวเป็นเครื่องมือ ก่อให้เมืองจิงเกิดความวุ่นวาย แต่ท่ามกลางความโกลาหล นางได้พบกับองค์ชาย ผู้ที่ทุกคนเล่าลือว่าเป็นคนพิการ “อวิ๋นเฮิง เจ้าจะมาขวางข้าหรือ” อวิ๋นเฮิงยิ้มเบาๆ “ไม่ ข้าตั้งใจจะมาช่วยเจ้า”
องค์หญิงสิบสามนามหลินฮุ่ยหมินสตรีผู้ที่งดงามโดดเด่นไม่เป็นรองผู้ใดแต่กลับมีฐานะต่ำต้อยในวังหลวงด้วยพระมารดาเสียชีวิตตั้งแต่นางยังเด็ก ท่ามกลางความคับแค้นใจนางยังต้องคำสาปร้ายต้องกลายร่างเป็นสัตว์ทุกคืนวันพระจันทร์เต็มดวง เขาคือ หยางเอ้อหลาง แม่ทัพหนุ่มผู้มีความสามารถรูปโฉมสง่างามและเป็นวีรบุรุษคนสุดท้ายของสกุลหยาง ทั้งยังเป็นที่รักเคารพของชาวเมือง ทว่าด้วยความสามารถและตำแหน่งใหญ่โต ฮ่องเต้มิอาจวางใจจึงได้คิดกำจัดเขาให้พ้นตำแหน่งเสีย โดยมอบสมรสพระราชทานให้หยางเอ้อหลางกับพระธิดาของตน เดิมทีชีวิตของคนสองคนย่อมไม่บรรจบ เมื่อสตรีที่หมายหมั้นกับหยางเอ้อหลางคือองค์หญิงใหญ่ที่ปักใจรักเขาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าเรื่องไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อคนทั้งคู่เกิดอุบัติเหตุจนคนเข้าพิธีสมรสกลายเป็นองค์หญิงสิบสาม ท่ามกลางความหวาดกลัวขององค์หญิงสิบสามที่กลัวความลับจะเปิดเผย ท่ามกลางหยางเอ้อหลางที่พยายามพาสกุลหยางให้รอดพ้น ท่ามกลางการแตกหักของความสัมพันธ์พี่น้องที่แสนรักใคร่ระหว่างองค์หญิงใหญ่และองค์หญิงสิบสามเพราะบุรุษเพียงผู้เดียว หลินฮุ่ยหมินจะทำเช่นใด เพื่อจะยุติเรื่องราวน่าเวียนหัวนี้
หลินหว่านยินขอหย่าครั้งที่ 99 ฟู่ซือเหนียนรับโทรศัพท์จากคนรักในดวงใจ ก็ไล่เธอลงจากรถ “กลับไปคิดทบทวนให้ดี ฉันหวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอทำงี่เง่าแบบนี้” เพื่อเซี่ยจือเวย เขาทิ้งเธอ ดูถูกเธอทั้งแล้วครั้งเล่า ฟู่ซือเหนียนมั่นใจว่าหลินหว่านยินไปจากเขาก็มีชีวิตอยู่ไม่ได้ แต่กลับไม่รู้ว่าพี่ชายของเซี่ยจือเวย กำลังแอบใกล้ชิดกับภรรยาของเขาสารพัดเพื่อให้เธอหย่าและเดินทางไปต่างประเทศ
เดิมทีนางเป็นทายาทของตระกูลแพทย์เทพ แต่จู่ๆ นางก็กลายเป็นบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีที่พ่อไม่สนใจใยดีและแม่ก็เสียชีวิตตั้งแต่ยังนางยังเด็ก ในวันที่นางย้อนยุค นางถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้ร้ายตัวจริงที่สังหารฮูหยินจวนโหว นางพยายามพลิกผัน พลิกสถานการณ์ และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง นางคิดว่าภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้นจบลงแล้ว แต่นางไม่รู้ว่าสิ่งที่นางจะต้องเผชิญคือเหวอันไม่มีที่สิ้นสุด เป็นถึงบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีกลับมีอันตรายอยู้รอบตัวมากมาย ทุกคนก็รังแกนางได้ พ่อไม่สนใจนางจะเป็นหรือจะตาย แม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่สนุกกับการทรมานนาง คู่หมั้นชั่วร้ายของนางอยากจะใช้นางเป็นประโยชน์เพื่อขึ้นไปที่สูง และแม้แต่น้องชายแท้ๆ ของนางยังทรยศนาง นางจึงเริ่มต่อสู้กับคนเจ้าเล่ห์ ข่มเหงแม่เลี้ยงของนาง และดูแลน้องชายและน้องสาวของนาง ดังนั้นนางวางแผนที่จะเล่นงานผู้ชายชั่ว เอาคืนแม่เลี้ยง และแก้แค้นน้องๆ ระหว่างที่นางแก้แค้นนั้น นางมีชีวิตที่มีความสุข แต่กลับไม่รู้ว่าไปยั่วยุคนใหญคนหนึ่งเข้าเมื่อไร เมื่อนางจะทำเรื่องไม่ดีหรือฆ่าคน เขาก็ช่วยนางหมด ในที่สุดนางก็อดไม่ได้ที่ถามออกมาว่า "ท่าน แม้ว่าข้าจะทำลายโลกที่ไม่มความยุติธรรมนี้ ท่านก็จะช่วยข้าเช่นกันหรือ" เขาทำหน้าใจเย็น "ตราบใดที่เจ้าอยู่เคียงข้างข้า แม้ว่าจะเป็นโลกใบนี้ ข้าก็สามารถให้เจ้าได้"
เพราะความเมตตาจากสวรรค์ ทำให้นางผู้ซึ่งสิ้นอายุขัยในวันที่คลอดลูก ได้กลับมาเกิดใหม่ ในร่างของคุณหนูสามผู้โง่เขลา บุตรีของท่านเจ้าสำนักศึกษาตระกูลหลี่
ลู่จื้อ อาศัยอยู่ในไต้หวัน เธอเป็นเจ้าของคาสิโนขนาดใหญ่ ที่ส่งต่อมาจากพ่อบุญธรรมที่รับเธอมาเลี้ยงจากบ้านเด็กกำพร้า เธอวางมือคืนอำนาจให้ญาติพี่น้องของพ่อบุญธรรม แต่พวกเขากลับตามฆ่าเธอ
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY