นางเจ็บปวดปางตายเมื่อเขาโยนร่างบอบช้ำทิ้งไว้หลังจวนโดยไม่แยแส เมิ่งลี่เฟยน้ำตาไหลพรากทว่ากลับไม่ทำให้คนที่เพิ่งเหยียบย่ำร่างกายเล็กเห็นใจแต่ประการใด"เฝ้านางเอาไว้ให้ดีอย่าให้ออกมาทำเรื่องชั่วอีก"
นางเจ็บปวดปางตายเมื่อเขาโยนร่างบอบช้ำทิ้งไว้หลังจวนโดยไม่แยแส เมิ่งลี่เฟยน้ำตาไหลพรากทว่ากลับไม่ทำให้คนที่เพิ่งเหยียบย่ำร่างกายเล็กเห็นใจแต่ประการใด"เฝ้านางเอาไว้ให้ดีอย่าให้ออกมาทำเรื่องชั่วอีก"
กลางดึกยามจื่อคืนนี้ครึกครื้นนัก ภายในจวนใหญ่ของอ๋องเจ็ดเต๋อลู่หานผู้ที่กำลังเกิดความต้องการอันบ้าคลั่ง สองมือปลดเปลื้องชุดแต่งงานของสตรีที่ชื่อว่าเป็นพระชายาของตนเองออกโดยแรง กระทั่งชุดแต่งงานขาดออกเป็นชิ้น ๆ กระจายอยู่เต็มพื้น
สตรีนางหนึ่งกลับนอนแน่นิ่ง ปล่อยให้เต๋อลู่หานย่ำยีร่างกายตนเองตามที่เขาปรารถนาโดยไร้อาการต่อต้านอย่างสิ้นเชิง
เมิ่งลี่เฟยมองใบหน้าหล่อเหลาของคนที่กำลังจับร่างของตนด้วยอาการหยาบโลนด้วยสายตาอันว่างเปล่าไร้ความรู้สึก
นางได้แต่คิดถึงงานมงคลของตนเองที่เพิ่งจะผ่านพ้น
ช่างเป็นวันมงคลที่น่าอดสูสิ้นดี
สามีเกลียดชัง ไร้การคล้องแขนดื่มสุราอวยพร ไร้ซึ่งการเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวอย่างที่ควรจะเป็น
เสียงของผู้คนภายนอกยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าอากาศด้านนอกนั้นจะหนาวจัด แต่ผู้คนยังปักหลักอยู่ในจวน ร่ำสุราฟังเสียงหวานของนักดนตรีผู้งดงามขับกล่อมด้วยความสนุกสนาน
ผ้าสีแดงถูกประดับเต็มอาณาเขต ภายนอกเรือนหอผู้คนเริงสำราญ ทว่าบรรยากาศภายในเรือนนั้นกำลังเดือดพล่านด้วยความร้อนแรงของเต๋ออ๋องที่คล้ายจะคลุ้มคลั่งด้วยความหื่นกระหายจนไม่อาจควบคุม
อ๋องเจ็ดเต๋อลู่หานปลดผ้าคาดเอวของตนเองออกแล้วโยนทิ้งลงข้างเตียงอย่างไม่แยแส มือของเขาสั่นเทา รู้สึกปวดร้าวไปทั่วกายราวกับว่าหากเขามิได้ปลดปล่อยความใคร่ออกไปในยามนี้ เขาคงต้องตายเป็นแน่แท้
สายตาของเต๋อลู่หานเต็มไปด้วยไฟราคะกวาดมองร่างงดงามจนทั่ว พระชายาของเขาผู้นี้มีผิวพรรณขาวผ่องรูปร่างเย้ายวล ใบหน้างดงามประดุจเทพเซียนที่ลงมาจุติจากสวรรค์ ในยามที่เขามองนางด้วยสายตาหื่นกระหายนั้นเมิ่งลี่เฟยกลับไม่ร้อนรนเลยแม้แต่น้อย
ใบหน้าของนางยังราบเรียบไร้ความเขินอาย ไร้แววยินดี คล้ายกับว่าเต๋อลู่หานที่กำลังย่ำยีนางอยู่ในตอนนี้เป็นเพียงแค่บุรุษที่อยู่ในฝันร้ายเท่านั้น
นางได้ยินเสียงหัวเราะหยันของเขาชัดเจน เขาผู้นี้แม้ไม่ต้องการแตะต้องกายนางทว่ายามนี้กลับไม่สามารถต้านทานความต้องการของตนเองได้
สองมือใหญ่กดข่มร่างบางเอาไว้ ลมหายใจของเขาเป่ารดใบหน้างามกระทั่งเมิ่งลี่เฟยได้กลิ่นสุรารุนแรง
ใบหน้าหล่อเหลาของเต๋อลู่หานแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา มีรอยยิ้มเย็นชาปรากฏชัด เขาแยกขาของนางออกอย่างรวดเร็วแล้วชำแรกร่างกายใหญ่โตเข้ามาในช่องทางคับแคบทันใด
สตรีนางนี้ใจกล้าเป็นอย่างยิ่ง เมิ่งลี่เฟยไม่รู้หรือว่าเขาเกลียดคนเช่นนางมากเพียงใด ในเมื่อนางต้องการให้เขาเป็นสามีโดยที่เขาไม่เต็มใจ เขาก็จะทำให้นางรู้จักคำว่าอยู่ไม่สู้ตาย
“อ๊ะ!”
เมิ่งลี่เฟยรู้สึกเจ็บแสบที่ช่วงกึ่งกลางร่างกายจนต้องกัดฟันทนเอาไว้ มีเพียงเปล่งเสียงร้องออกมาเล็กน้อยเท่านั้นแม้จะเจ็บปวดเพียงใดก็ยังอดทน ด้วยทั้งหมดคือความต้องการของนางเอง เช่นนั้นนางก็ยินดียอมรับผลที่ตามมาด้วยความเต็มใจ
ไฟร้อนแรงที่กำลังเผาไหม้เต๋อลู่หานยิ่งทำให้การกระทำนั้นรุนแรงขึ้น เขากระแทกบดอัดโดยไม่สนใจว่าร่างบอบบางของนางจะเป็นเช่นใด
ระหว่างคนสองคน มิได้มีความรักใคร่ มิได้มีการเล้าโลม มีเพียงความป่าเถื่อนและจุมพิตที่หนักหน่วงจนริมฝีปากของนางแตกยับ ในยามที่เขาก้มลงมาขบกัดครั้งแล้วครั้งเล่า
เสียงเย็นแหบแห้งของเขาพลันดังขึ้น
"พระชายาคงไม่อยากตายดีสินะ จึงกล้าหาญวางยาข้าเช่นนี้ ทำกรรมใดไว้ก็ให้ผลกรรมนั้นคืนสนองเถิด"
เขาบดอัดร่างกายรุนแรงยิ่งขึ้นสะโพกซอยไม่ยั้งกระทั่งเกิดเสียงดังสนั่น เขากัดลำคอขาวผ่องจนเป็นรอยแผล เมิ่งลี่เฟยเจ็บปวดทว่ากลับแหงนใบหน้ารับด้วยความหยิ่งทะนง
สัมผัสของเต๋อลู่หานนับว่าป่าเถื่อน ยามนี้เขาเพียงคิดเล่นงานเมิ่งลี่เฟยด้วยบทพิสวาสของตนเอง ไม่สนใจสิ่งใดขอเพียงตนได้รับการปลดปล่อยความอัดอั้นภายในออกไปเท่านั้น
ในขณะที่เมิ่งลี่เฟยยังคงอดกลั้นต่อความรู้สึกเจ็บปวดมหาศาล ราวกับร่างกายของนางกำลังแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ
เหงื่อของนางเปียกชื้นเต็มตัว บุรุษผู้นี้แม้ว่าวาจาจะเผ็ดร้อน แต่ไม่อาจละจากร่างกายของนางได้เลยแม้แต่น้อย เขาเลื่อนริมฝีปากลงมา กัดเข้าที่ลำคอขาวผ่องซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่าทางราวกับสุนัขป่าที่กำลังขย้ำเหยื่อ ทั้งดูดกินทั้งกลืนด้วยความกระหาย
เสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่รุนแรงขึ้น ในขณะที่เมิ่งลี่เฟยรู้สึกคล้ายจะไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป แท่งหยกของเขาใหญ่โตเกินไป แม้ว่านางจะเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ก็ยังเจ็บปวดอยู่จนเกินทนไหว
"อ๊ะ เจ็บ!"
สุดท้ายแล้วนางก็อดที่จะร้องออกมาไม่ได้
เต๋อลู่หานคล้ายวิญญาณหลุดลอยจากร่างกายเมื่อเมิ่งลี่เฟยเปล่งเสียงออกมา
เสียงของนางหวานใสดุจจักจั่นในเดือนหงาย หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้งเดือนห้าที่ทำให้คนเคลิบเคลิ้มอยากลิ้มลอง
ดวงตากลมโตของนางเบิกกว้างเมื่อริมฝีปากคู่นั้นครอบครองที่ปทุมถันอันหวงแหน สิบเจ็ดปีที่ผ่านมาจุดนี้นางจากบ่าวข้างกายที่ปรนนิบัติยามอาบน้ำแล้ว ไม่เคยมีสักคนที่จะได้ยลและล่วงล้ำ
ความรู้สึกแปลกใหม่กับสัมผัสจากริมฝีปากทำให้นางต้องพยายามตั้งสติ ปลายถันของนางเปียกชุ่มยามที่เขาอ้าปากรวบดูดตวัดเลีย นิ้วมือร้อนจัดบีบเขี่ยยอดถันไม่หยุด
"อื้ม ไม่คิดว่าจะดีเพียงนี้"
นางได้ยินเสียงของเขาครางชัดเจน และยังมีเสียงดูดเลียอันน่าละอายที่ดังขึ้นพร้อมกัน ใบหน้าเมิ่งลี่เฟยแดงก่ำรู้สึกเหมือนตนเองเป็นสตรีที่ไร้ยางอายยิ่งนัก
เขาขยับท่อนล่าง ปากรวบดูดสองเต้าสลับไปมาคล้ายจะหลงใหลจุดนี้ไปเสียแล้ว
"ใหญ่โตยิ่งนัก กินอร่อยยิ่งนัก คนชั่วช้าเช่นเจ้าไม่สมควรได้รับร่างกายที่งดงามเพียงนี้"
เสียงกระซิบหยาบคายดังขึ้น เมิ่งลี่เฟยตอบเสียงต่ำ
"ใช่ ข้าชั่วช้าแล้วอย่างไร ท่านมิใช่พระสวามีของข้าหรือ"
"ข้ามิใช่สามีของเจ้าแม้แต่น้อย ความรู้สึกนี้ไม่อาจฝืนได้อย่าได้เพ้อว่าข้าจะยอมรับเจ้าเป็นอันขาด"
น้ำเสียงนี้เต็มไปด้วยไฟโทสะ เมิ่งลี่เฟยเชิดใบหน้าตอบโต้ไม่ลดละ
"ไม่ว่าท่านจะคิดอย่างไร แต่ฐานะพระชายาของข้าท่านก็มิอาจปฏิเสธได้มิใช่หรือ"
กระแสเสียงของนางเองก็เต็มไปด้วยความชิงชังอย่างเปิดเผย แม้ว่าจะอยู่ในอ้อมกอดของเขา แม้ว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยปากจากการละเลียดดูดกลืนปทุมถัน แต่วาจาที่เปล่งออกมากลับเต็มไปด้วยน้ำเสียงแห่งความเดียดฉันท์
"แล้วอย่างไรเล่า แม้เรื่องจะเกิดขึ้นแล้ว ข้าจะไม่มีวันให้ในสิ่งที่เจ้าต้องการ ไม่มีทาง"
เมิ่งลี่เฟยข่มโทสะ คิดเพียงว่าอย่างไรนางต้องเอาชนะคนผู้นี้ให้จงได้ นางไม่ได้โต้เถียงเขาอีก เมื่อปากของเขาบอกว่ารังเกียจแต่ในความจริงแล้วเขากลับโอบกอดร่างของนางอยู่เช่นนี้
เต๋อลู่หานสูดลมหายใจเข้าลึก ร่างกายอันหอมหวานของเมิ่งลี่เฟยทำให้เขาเจียนบ้า ถึงจะถูกนางวางยาและรู้อยู่เต็มอก ในยามนี้กลับไม่สามารถถอยห่างจากความงดงามของนางได้
ริมฝีปากร้อนรุ่มถูไถที่ปลายถัน สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดให้เกิดขึ้นกับนางทว่าความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นมาอีกครั้งทำให้นางแทบอยากจะถีบเขาออกจากร่างของตน
เมิ่งลี่เฟยได้แต่ข่มใจของตนเองเอาไว้ เพื่อตนเอง เพื่ออำนาจของสกุลเมิ่ง นางต้องทำให้คนผู้นี้กลายเป็นสามีของนางจริง ๆ
คนผู้นี้เคยสาปส่งนางอยู่หลายคราและแสดงอาการรังเกียจอย่างเปิดเผย การแต่งเข้าจวนเต๋ออ๋องแม้ว่าจะอยู่ในฐานะพระชายา แต่จะมีประโยชน์อันใดหากเขาไม่สนใจนางเลยแม้แต่น้อย
เมิ่งลี่เฟยยังคงคิดเอาตัวรอด ยามนี้ยังมีคนของไทเฮาที่เฝ้าดูและจดบันทึกไว้ไม่ขาด หากอ๋องเจ็ดไม่แตะต้องนางและนำไปรายงาน อย่างไรไทเฮาก็ต้องไม่พอพระทัยและต้องหาเรื่องสกุลเมิ่งที่มีบุตรสาว ไร้ความสามารถเช่นนางเป็นแน่ เมิ่งลี่เฟยย่อมไม่ทำให้ท่านพ่อพลอยได้รับความลำบากไปด้วย
ในเมื่อก้าวเข้ามาอยู่ในนี้แล้ว นางจำต้องมีบุตรชายสักคนเพื่อ คงสถานะอันสูงส่งนี้เอาไว้ แผนการวางยาอ๋องเจ็ดในคืนแต่งงานจึงเกิดขึ้นโดยทันใด
"อ๊ะ อื้อ"
แต่แล้วสมองของนางพลันพร่าเลือน เมื่อริมฝีปากของเขาขบกัดเข้าที่ปลายถัน รู้สึกเจ็บไปพร้อมกับความรู้สึกเสียวจนยากจะบรรยาย ร่างกายของนางอ่อนเปลี้ยความเจ็บปวดนั้นแม้จะหลงเหลืออยู่ทว่าความสุขสมที่กำลังเกิดขึ้นกำลังกลบความรู้สึกเจ็บปวดจนแทบจะไม่หลงเหลือ
ในยามนี้นี่เองที่นางเผลอคิดว่า
เขาคงยอมรับนางแล้ใช่หรือไม่!
เขาโอบร่างงดงามของนางแนบแน่น ไต่เลียและเล็มจนนางต้องแหงนใบหน้าคราง ริมฝีปากคู่นั้นตามมาประกบ ช่วงท้องของหญิงสาวบิดเกร็ง สองมือเรียวโอบรอบร่างหนา
เมิ่งลี่เฟยจิกเล็บแหลมทั้งลากนิ้วข่วนลงบนเนื้อแข็งแกร่งจนเกิดรอยแดงและเลือดซิบ
เสียงครางดังออกมาเมื่อเขากดแท่งหยกเข้ามาในกายของนางอย่างลึกล้ำ เขาขยับช่วงสะโพกเร็วขึ้นพร้อมทั้งส่งเสียงครางในลำคอไม่หยุด
"อ๊า อืม อืม"
ริมฝีปากบางเฉียบถูกเขาครอบครองครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งขบกัดดูดลิ้นเล็กของนางไม่หยุด ในใจของเต๋อลู่หานรู้สึกรังเกียจ ทว่ามิอาจต้านทานฤทธิ์ของยากำหนัดของเมิ่งลี่เฟยผู้ชั่วช้าผู้นี้ได้
เขาดึงลิ้นนางออกมาด้วยปากของเขา พัวพันและดูดกลืนหลายครั้งอย่างรุนแรง พิษของยาปลุกกำหนัดก่อให้เกิดความใคร่ที่มิอาจหยุดยั้ง ท่วงท่าแปรเปลี่ยนเมื่อเขาขยับตัวแล้วกระเตงนางขึ้นมาอุ้ม
"โอบขารอบเอวข้าเอาไว้"
นางจำต้องทำตามคำสั่ง ปากของเขายังคงดูดปากของนาง ในยามที่จับแก้มก้นงอนด้วยสองมือแล้วจับกระแทกเข้าหาร่างของเขา
ปัก ปัก ปัก
"อื้อ อื้อ ข้าเจ็บ"
เพราะอยู่ในท่านี้ทำให้เขาเข้าลึกเกินไป ร่างกายของเมิ่งลี่เฟยบัดนี้เกินจะรับไหวจริง ๆ แล้ว สองมือน้อยโอบรอบลำคอของเขาและก่อนที่นาง จะรู้สึกว่าร่างกายกำลังแตกเป็นเสี่ยง ๆ หน้าท้องของนางพลันร้อนระอุและของบางสิ่งบางอย่างพลันวิ่งเข้าไปสู่ช่องท้องของนาง
ในยามนั้นที่เขากอดนางแนบแน่น ร่างกายเกร็งกระตุกและครางออกมาราวกับสัตว์ป่าที่บาดเจ็บสาหัส
นางหอบหายใจปวดร้าวไปตั้งแต่ช่วงกลางกระทั่งถึงปลายเท้า ศีรษะเล็กซบที่อกแข็งแกร่งอย่างอ่อนแรง กระทั่งร่างบางถูกกระชากออกจากอกของเขาโดยทันใด ในยามนี้นางรู้สึกคล้ายตกจากที่สูงเมื่อเขาโยนร่างของนางลงบนเตียงอย่างรวดเร็ว
"กล้าที่จะทำก็รับผลที่ตามมาเถิด"
นางเจ็บไปทั้งแผ่นหลังยังไม่ทันหวีดร้องร่างสูงก็ทาบทับลงมาขบกัดริมฝีปากอย่างร้อนแรง มือใหญ่ยึดสะโพกกลมกลึงเอาไว้ ปลายลิ้นพัวพันดูดกลืนลิ้นนางไม่หยุด
เป็นอีกครั้งที่นางต้องแยกขาออกให้เขาเข้ามาภายใน เขากัดนางกระทั่งเลือดไหลออกมา รุนแรงเกินที่สตรีในห้องหอเช่นนางจะรับได้ ทว่าแม้จะทรมานเพียงใดเมิ่งลี่เฟยก็ได้แต่อดกลั้นเอาไว้สุดกำลัง
เขาจับนางให้หันหลัง ยกขาเรียวงามข้างหนึ่งให้สูงขึ้น ส่งเสียงคำรามต่ำอยู่ข้างหูในขณะที่ทาบปากลงมาที่ลำคอแล้วกัดจนเกิดรอยช้ำไปทั่วบริเวณ
ฮึ่ก!
หลังจากหลุดพ้นจากความทรมานร่างกายบัดนี้กลับรับรู้ความเป็นเจ้าของ เขากลืนกินนางแทบจะทุกสัดส่วนทั้งไม่ยอมถอนริมฝีปากจากปทุมถันคู่งามของนางด้วยความหลงใหล
"อื้มเต้าเต่งตึงงดงามยิ่งนัก ข้ามิเคยพบมาก่อน"
"อ๊า ซี๊ด อืมม ท่านอ๋อง อ๊า"
ราตรีนี้ผ่านไปพร้อมกับเสียงครางและร่างกายอันบอบช้ำจนแทบจับไข้ของคุณหนูสกุลเมิ่งผู้เลื่องชื่อเรื่องความยโสโอหังที่สุดในแผ่นดิน
พิษความใคร่จากยาปลุกกำหนัดเลือนหายไปแล้ว ร่างเล็กถูกจับห่อเอาไว้ในห่อผ้าสีแดง บัดนี้นางกำลังรู้สึกสะลึมสะลือเพราะยังไม่คลายจากฤทธิ์ยาอันรุนแรงที่เขาเอาคืน!
คนของไทเฮาที่มาเฝ้าสังเกตการณ์ร่วมหอครานี้ ได้เห็นคาตาจึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ผ้าสีขาวเปื้อนเลือดบริสุทธิ์ถูกโยนออกมาจากด้านในด้วยฝีมือของเต๋อลู่หาน
คนเหล่านั้นสำรวจจนเรียบร้อย เมื่อพบว่าถูกต้องจึงหายตัวไปพร้อมผ้าผืนนั้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อคนไปจนหมดแล้ว ครานี้เต๋อลู่หานอุ้มนางขึ้นมาท่าทางยามแรกคล้ายจะอ่อนโยน ทว่าในดวงตากลับฉายแววเหี้ยมโหดยิ่งนัก
"กฎของการกล้าวางยาข้า แม้ว่าจะเป็นพระชายาก็ต้องรับโทษไม่มีละเว้น"
“ทะ ท่านอ๋อง มิ ใช่ท่านเต็มใจรับข้าแล้วหรือ”
เดิมทีเมิ่งลี่เฟยคิดว่าแผนของตนเองสำเร็จแล้ว เต๋อลู่หานได้ยอมรับนางแล้วเป็นแน่ ทว่าท่าทางของเขาในยามนี้ทำให้นางรู้แล้วว่าตนเองคิดผิดเพียงใด
เมิ่งลี่เฟยเจ็บปวดยิ่งนัก เมื่อเต๋อลู่หานเพียงแต่ส่งสายตาเย็นชาปนเกลียดชังออกมา
เต๋อลู่หานอุ้มนางขึ้นมาคิดจะนำนางไปลงโทษด้วยใบหน้าเฉยชา แม้ว่าเมิ่งลี่เฟยจะอ้อนวอนเพียงใด เขาผู้นี้ก็ไม่คิดที่จะใจเป็นอันขาด
“ท่านอ๋อง ข้าคือพระชายาของท่านมิใช่หรือ คืนที่ผ่านมาเราสองคนก็เป็นสามีภรรยากันโดยสมบูรณ์แล้ว”
“เรื่องที่ผ่านมาล้วนเกิดเพราะแผนอันต่ำช้าของเจ้า เมิ่งลี่เฟยชื่อเสียงอันเลวทรามของเจ้ามิได้ผิดเพี้ยนเลยแม้แต่น้อย เรือนเย็นท้ายจวนคือโทษของเจ้าจงรับผลกรรมเสีย”
เมิ่งลี่เฟยพูดไม่ออกแล้ว นางเจ็บไปทั้งกายและใจ เขาพานางไปที่เรือนเย็นท้ายจวนด้วยตนเอง ร่างอรชรมีเพียงผ้าห่มสีแดงผืนนั้นห่อกาย ความเจ็บปวดพุ่งชนไปทั่วทุกส่วนในร่างกาย เจ็บเจียนตายทว่ากลับไม่ยอมเปล่งเสียงใดออกมา
อากาศภายนอกบัดนี้เยียบเย็นเสียดแทงไปจนถึงกระดูก ร่างเล็กของเมิ่งลี่เฟยถูกผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีโยนทิ้งไว้ที่ตำหนักร้างอันหนาวเหน็บ
นางได้ยินเสียงสั่งอันเหี้ยมเกรียมดังขึ้นก่อนที่เขาจะสบัดแขนเสื้อจากไปโดยไม่แยแสคนที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังเลยแม้แต่น้อย
"เฝ้าเอาไว้ให้ดีอย่าปล่อยให้นางไปทำเรื่องชั่วช้าอีกเด็ดขาด"
องค์หญิงสิบสามนามหลินฮุ่ยหมินสตรีผู้ที่งดงามโดดเด่นไม่เป็นรองผู้ใดแต่กลับมีฐานะต่ำต้อยในวังหลวงด้วยพระมารดาเสียชีวิตตั้งแต่นางยังเด็ก ท่ามกลางความคับแค้นใจนางยังต้องคำสาปร้ายต้องกลายร่างเป็นสัตว์ทุกคืนวันพระจันทร์เต็มดวง เขาคือ หยางเอ้อหลาง แม่ทัพหนุ่มผู้มีความสามารถรูปโฉมสง่างามและเป็นวีรบุรุษคนสุดท้ายของสกุลหยาง ทั้งยังเป็นที่รักเคารพของชาวเมือง ทว่าด้วยความสามารถและตำแหน่งใหญ่โต ฮ่องเต้มิอาจวางใจจึงได้คิดกำจัดเขาให้พ้นตำแหน่งเสีย โดยมอบสมรสพระราชทานให้หยางเอ้อหลางกับพระธิดาของตน เดิมทีชีวิตของคนสองคนย่อมไม่บรรจบ เมื่อสตรีที่หมายหมั้นกับหยางเอ้อหลางคือองค์หญิงใหญ่ที่ปักใจรักเขาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าเรื่องไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อคนทั้งคู่เกิดอุบัติเหตุจนคนเข้าพิธีสมรสกลายเป็นองค์หญิงสิบสาม ท่ามกลางความหวาดกลัวขององค์หญิงสิบสามที่กลัวความลับจะเปิดเผย ท่ามกลางหยางเอ้อหลางที่พยายามพาสกุลหยางให้รอดพ้น ท่ามกลางการแตกหักของความสัมพันธ์พี่น้องที่แสนรักใคร่ระหว่างองค์หญิงใหญ่และองค์หญิงสิบสามเพราะบุรุษเพียงผู้เดียว หลินฮุ่ยหมินจะทำเช่นใด เพื่อจะยุติเรื่องราวน่าเวียนหัวนี้
เรื่องย่อ วังวนร้อนรักจวนแม่ทัพใหญ่ แนว 4P ซุนหลีนถูกจับมาเป็นเชลยสงครามพร้อมพี่ชายบุญธรรมที่นางแอบมีใจให้เขาและมารดา แต่ด้วยความงามของนางจึงทำให้ฮูหยินใหญ่ที่ไร้ทายาทต้องการให้นางอุ้มท้องแทนตน เรียนท่านผู้อ่านทุกท่าน หนังสือนิยายเรื่องนี้จัดอยู่ในหมวด นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งเหมาะกับสายแซ่บไม่พูดเยอะ เจ็บคอ จะมีฉาก NC นำเนื้อหาแทบทั้งเรื่อง และพล็อตเบาคลายเครียด แทบไม่มีพล็อตค่ะ ดังนั้นท่านผู้อ่านควรพิจารณาโหลดตัวอย่างก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ ขอบคุณค่ะ
นางถูกคู่หมั้นโยนทิ้งให้ผู้อื่นโดยไม่ไยดีจนอับอาย เขายังประกาศก้องไม่เกี่ยวข้องกับนางอีก เหตใดยามนี้เขาจึงพยายามเข้ามาวุ่นวายกับนางนักไสหัวไปให้พ้นเจ้าคนเสเพลข้าไม่มีวันหลงกลสนใจเจ้าเป็นอันขาด! นิยายเรื่องนี้เป็นภาคต่อของนิยายเรื่อง สองสามีของข้าคือท่านอ๋องจอมโหด สามารถอ่านแยกกันได้ค่ะ แต่ถ้าหากอยากเพิ่มความฟินและเข้าใจเนื้อหามากขึ้น ก็ให้ติดตามอ่านเรื่อง ช่วยข้าที สองสามีของข้าคือท่านอ๋องจอมโหดนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
สาเหตุที่เขาได้ดูแลเด็กคนนี้นั่นเป็นเพราะพ่อแม่ของเอยและพี่ชายของเอยเป็นเพื่อนสนิทของเขา ครอบครัวเอยจากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ตั้งแต่เอยอายุได้เพียงสิบขวบเท่านั้น ญาติของเอยก็ไม่มีใครเหลียวแลทำให้เขาซึ่งสนิทกับครอบครัวของเอยที่เห็นเอยมาตั้งแต่เล็ก ๆ เกิดความสงสารจึงได้ขอให้พ่อแม่ของเขารับเอยมาเลี้ยงดู และพ่อแม่ของเขาก็ตกลง หลังจากนั้นพ่อแม่ของเขาก็ย้ายไปอยู่ต่างประเทศ จึงทิ้งให้เขาและเอยอยู่ด้วยกันที่เมืองไทยตามลำพัง นับตั้งแต่นั้นเขาก็กลายเป็นพี่ชายของเอยเต็มตัว แต่วันนี้เมื่อเอยโตขึ้น เธอกลับไม่เห็นบุญคุณและคิดจะจากเขาไปง่าย ๆ ทั้ง ๆ ที่นับวันเขาจะรักเธอจนกระทั่งถอนตัวไม่ขึ้นและเฝ้ารอเธอเติบโตมานานขนาดนี้ ++++++ “อ๊า...เฮียอย่านะ อย่าทำหนู” สาวน้อยส่งเสียงครางเล็ดลอดออกมาเพราะความเสียวซ่าน และเอ่ยห้ามแต่น้ำเสียงของเธอคล้ายกระตุ้นเขายิ่งขึ้นไปอีก “เอยอยากใช่หรือเปล่า หนูก็ต้องการเฮียใช่ไหม” “ไม่...อย่านะเฮีย หนูไม่ได้ต้องการเฮีย เฮียเป็นพี่ชายหนูนะ” “ต่อไปเฮียจะเป็นผัวหนู แล้วจะเอาหนูแรง ๆ ให้หนูไปไหนไม่ได้ต้องร้องหาเฮียเท่านั้น” คำพูดของเขาทำให้เอยหวาดกลัว แต่ในความรู้สึกนี้กลับมีความอยากรู้อยากเห็นอย่างประหลาด หญิงสาวผลักเขาออกเมื่อธนเดชดึงชุดนอนของเธอจนขาด แต่แรงของเขามีมากกว่าตอนนี้เธอจึงยืนเปลือยต่อหน้าเขา เอยยืนน้ำตาไหลพราก เมื่อเขาเห็นเขาจึงเหยียดยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ “ฉันเกลียดแก อื้อ อื้อ”
หนานอันพริตตี้สาวสู้ชีวิตอายุยี่สิบปีแอบชอบผู้ชายคนหนึ่งอย่างหนักและอยากได้เขามาเป็นแฟนใจจะขาด แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจเธอ หญิงสาวได้ไปดูดวงแม่หมอคนนั้นจึงบอกให้เธอมาขอพรที่ศาลเจ้าเล็ก ๆ ในอำเภอแห่งหนึ่งที่ห่างไกลเพื่อให้เธอสมหวังและต้องไปในวันที่ฟ้ามืดที่สุดของเดือนในอีกสองวันข้างหน้าถึงจะเห็นผล หนานอันเชื่อแม่หมอเพราะอยากได้ผัว เธอจึงไม่รอช้ารีบคว้ากระเป๋าเป้เดินทางมายังศาลเจ้าทันที เมื่อหนานอันเข้าไปภายในศาลเจ้าก็พบว่า มีสตรีสูงวัยคนหนึ่งอายุราวหกสิบกว่าปีกำลังกวาดศาลเจ้าอยู่ ...... "ได้ของสิ่งนี้ไปต้องสมหวังอย่างแน่นอน" คุณยายพูดพร้อมกับรอยยิ้ม น้ำเสียงนี้ฟังดูเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง หนานอันยิ้มให้คุณยายจู่ ๆ ขนแขนของเธอก็ตั้งชันขึ้นมา เธอกำลังจะลุกขึ้นในตอนนั้นก็เกิดฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา หนานอันหวีดร้องด้วยความตกใจทว่าเมื่อหันไปมองคุณยายเธอไม่เห็นแม้แต่เงาแล้ว หนานอันประหลาดใจมากร้องเรียกคุณยายอยู่หลายคำ แต่ว่าในตอนนี้เธอก็ไม่มีเวลาให้คิดสิ่งใดแล้วเพราะเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นเมื่อฟ้าผ่าลงมาที่ศาลเจ้าเข้าอย่างจังหนานอันที่อยู่ด้านในจึงถูกฟ้าผ่าไปด้วยและสติดับวูบลงไปทันใด ไม่รู้ว่านานเท่าใดที่หนานอันตกอยู่ในความมืดมิด และเมื่อเธอตื่นขึ้นมาทุกอย่างรอบกายของเธอก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป...
เซียวหนานอยู่ในระดับต่ำสุดขององค์กรลับที่แผ่ขยายสายข่าวไปทุกแว่นแคว้น นางเป็นเด็กกำพร้าไร้บิดามารดาที่ถูกเก็บมาให้เป็น นกกระจอกสืบข่าว เรียกได้ว่าเป็นชนชั้นที่วรยุทธ์ต่ำต้อยและต้องทำงานเอาตัวเข้าแลกเพื่อหาข่าวให้กับเบื้องบน ดังนั้นนกกระจอกเช่นนางจึงมีมากมายแทรกซึมเข้าไปในจวนขุนนางต่าง ๆ โดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ สิ่งที่นางฝึกฝนมาตลอดหลายปีมานี้ก็คือการเอาใจบุรุษ บำรุงร่างกาย ฝึกฝนศาสตร์ทั้งห้าให้เชี่ยวชาญ และฝึกวิชาเสพสังวาสให้บุรุษติดใจ แม้ว่าจะไม่เคยทำกับบุรุษจริง ๆ แต่ขนาดของแท่งหยกของบุรุษนางล้วนได้สัมผัสมาแล้วจากแท่งหยกของเทียมและแท่งหยกบุรุษของจริงที่นางไม่เคยเห็นหน้าว่าคนพวกนั้นคือผู้ใด เพราะพวกนางต้องมอบกายให้กับเหยื่อคนแรกที่นับว่าส่วนใหญ่จะเป็นชนชั้นสูง ดังนั้นจึงไม่อาจร่วมประเวณีกับบุรุษอื่นก่อนที่จะได้รับมอบเหยื่อจากนายใหญ่
นางเจ็บปวดปางตายเมื่อเขาโยนร่างบอบช้ำทิ้งไว้หลังจวนโดยไม่แยแส เมิ่งลี่เฟยน้ำตาไหลพรากทว่ากลับไม่ทำให้คนที่เพิ่งเหยียบย่ำร่างกายเล็กเห็นใจแต่ประการใด"เฝ้านางเอาไว้ให้ดีอย่าให้ออกมาทำเรื่องชั่วอีก"
【สาวน้อยผู้มีความรักในใจกลายเป็นหญิงสาวที่มีสติปัญญา vs ซีอีโอผู้ตามรักอย่างบ้าคลั่ง】 ในปีที่ห้าของการแต่งงานแบบลับๆ ของเธอ เสิ่นจาวหนิงเห็นสามีของไปเปิดห้องที่โรงแรมกับรักแรกของเขากับตาตนเอง จากนั้นเธอเพิ่งรู้ว่าลี่เยี่ยนซิวแต่งงานกับเธอเพราะเธอดูคล้ายกับรักแรกของเขา เสิ่นจาวหนิงตายใจและหลอกให้ลี่เยี่ยนซิวเซ็นสัญญาหย่า หนึ่งเดือนต่อมา เธอประกาศต่อหน้าผู้คนว่า “ลี่เยี่ยนซิว ฉันไม่ต้องการคุณอีกแล้ว อให้คุณกับรักแรกของคุณจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” ลี่เยี่ยนซิวกอดเธอพร้อมน้ำตาคลอเบ้า “เสิ่นจาวหนิง คุณเป็นคนที่เข้ามาหาผมก่อน แล้วตอนนี้คุณจะทิ้งผมง่ายๆ ได้ยังไง?” ****** หลังจากที่เสิ่นจาวหนิงหย่า งานของเธอไปได้ดีขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็เตรียมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในงานเลี้ยงฉลอง ลี่เยี่ยนซิวก็เข้าร่วมด้วย เขามองอดีตภรรยาที่จับมือผู้ชายอื่นด้วยความหึงหวงอย่างแรง ขณะที่เสิ่นจาวหนิงเตรียมเปลี่ยนชุด เขาก็ตรงเข้ามาหาเธอในห้องลองเสื้อ “ผู้ชายคนนั้นดีขนาดนั้นเลยเหรอ?” เสิ่นจาวหนิงถึงสังเกตเห็นว่าลี่เยี่ยนซิวร้องไห้แล้ว น้ำตาของเขาตกลงบนกระดูกไหปลาร้าของเธอและมันรู้สึกร้อนๆ “เสิ่นจาวหนิง ผมเสียใจแล้ว เราคืนดีกันได้ไหม?”
แต่งงานมาแล้วสี่ปีแต่เพิ่งได้มีอะไรกับสามีไม่นาน เฉียวหนานซีก็ตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจขึ้นมา เธอดีอกดีใจคิดจะบอกข่าวดีแก่สามี แต่กลับพบว่า เขามีคนอื่นที่คอยอยู่ข้างๆ มานานแล้ว และหญิงสาวคนนั้นก็มีลูกของเขาด้วยเช่นกัน เพราะรักมาก เธอจึงยอมทนต่อทุกการละเลยของเขา พร้อมคืนที่ต้องอยู่คนเดียวในห้องที่ว่างเปล่า แต่เมื่อเขายอมให้แฟนเก่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต โดยไม่ปรานีและประกาศว่า "ซินฉือท้องลูกของตระกูลฟู่" เฉียวหนานซีจึงตื่นรู้ว่า รักที่มีมาสี่ปีนั้นกลับสูญเปล่า ในเมื่อเขาไม่ซื่อตรง เธอจึงไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์อีกต่อไป ในข้อตกลงการหย่า เฉียวหนานซีเน้นข้อความหนาว่า "สี่ปีของการแต่งงานที่ไร้เพศสัมพันธ์ ฝ่ายชายไม่สามารถทำหน้าที่สามีได้" หลังจากนั้น เธอก็จากไปอย่างสง่างาม ทำวิจัย เปิดแกลเลอรี งานของเธอเจริญรุ่งเรือง และคนที่เคยแอบรักเธอก็มาปรากฏข้างๆ ฟู่จิงหวยมองผู้หญิงใต้แสงแฟลชที่แสงสว่างเจิดจ้าเต็มไปด้วยความอิจฉา จากนั้นก็กอดเธอในอ้อมกอดแล้วถามว่า "เฉียวหนานซี เธอลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นสามีของเธอ " เฉียวหนานซียิ้มเย้ยหยัน "ฉันโสด ไม่ต้องมายุ่ง"
เดิมทีนางเป็นทายาทของตระกูลแพทย์เทพ แต่จู่ๆ นางก็กลายเป็นบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีที่พ่อไม่สนใจใยดีและแม่ก็เสียชีวิตตั้งแต่ยังนางยังเด็ก ในวันที่นางย้อนยุค นางถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้ร้ายตัวจริงที่สังหารฮูหยินจวนโหว นางพยายามพลิกผัน พลิกสถานการณ์ และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง นางคิดว่าภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้นจบลงแล้ว แต่นางไม่รู้ว่าสิ่งที่นางจะต้องเผชิญคือเหวอันไม่มีที่สิ้นสุด เป็นถึงบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีกลับมีอันตรายอยู้รอบตัวมากมาย ทุกคนก็รังแกนางได้ พ่อไม่สนใจนางจะเป็นหรือจะตาย แม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่สนุกกับการทรมานนาง คู่หมั้นชั่วร้ายของนางอยากจะใช้นางเป็นประโยชน์เพื่อขึ้นไปที่สูง และแม้แต่น้องชายแท้ๆ ของนางยังทรยศนาง นางจึงเริ่มต่อสู้กับคนเจ้าเล่ห์ ข่มเหงแม่เลี้ยงของนาง และดูแลน้องชายและน้องสาวของนาง ดังนั้นนางวางแผนที่จะเล่นงานผู้ชายชั่ว เอาคืนแม่เลี้ยง และแก้แค้นน้องๆ ระหว่างที่นางแก้แค้นนั้น นางมีชีวิตที่มีความสุข แต่กลับไม่รู้ว่าไปยั่วยุคนใหญคนหนึ่งเข้าเมื่อไร เมื่อนางจะทำเรื่องไม่ดีหรือฆ่าคน เขาก็ช่วยนางหมด ในที่สุดนางก็อดไม่ได้ที่ถามออกมาว่า "ท่าน แม้ว่าข้าจะทำลายโลกที่ไม่มความยุติธรรมนี้ ท่านก็จะช่วยข้าเช่นกันหรือ" เขาทำหน้าใจเย็น "ตราบใดที่เจ้าอยู่เคียงข้างข้า แม้ว่าจะเป็นโลกใบนี้ ข้าก็สามารถให้เจ้าได้"
เธอก็รู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่เคยสนใจ แต่ก็ยังดึงดันอยากจะอยู่ใกล้ ต่อให้เธอเป็นเมียแต่งเขาก็คงไม่มีวันเปลี่ยนใจ เพราะเหตุนี้เธอจึงตัดสินใจจากไปในคืนแต่งงาน "จากนี้ไปเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก" 🥀
“ฉันก็แค่อยากช่วยเพื่อนให้ห่างจากผู้หญิงแบบเธอ” “ผู้หญิงแบบฉันมันเป็นยังไง” “ก็อยากได้ผัวของคนอื่นไง!!!”
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY