เธอมานอนอยู่บนเตียงของเขาในคืนนั้น จงใจให้เขาขโมยความสาวของเธอ และจากนั้นก็ฉกเอาหัวใจของเขาไปครอง แม่หัวขโมย...เธอจะต้องถูกเขาลงทัณฑ์ด้วยความเร่าร้อน เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะหนูน้อย
เธอมานอนอยู่บนเตียงของเขาในคืนนั้น จงใจให้เขาขโมยความสาวของเธอ และจากนั้นก็ฉกเอาหัวใจของเขาไปครอง แม่หัวขโมย...เธอจะต้องถูกเขาลงทัณฑ์ด้วยความเร่าร้อน เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะหนูน้อย
ตาเรียวรีเฉียบคมของคนที่เพิ่งจะก้าวเข้าห้องมา กวาดมองร่างของใครบางคนที่กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงกว้างของตัวเองอย่างงุนงง แม้ว่าเขาจะมาค้างที่บ้านไม่บ่อยนักแต่ห้องนี้ก็ไม่เคยถูกยกให้ใคร ร่างสูงพาตัวเองเข้าไปใกล้แล้วทรุดตัวนั่งข้างเตียงเพื่อมองหน้าคนบุกรุกให้ชัดกว่าเดิม ก่อนที่คิ้วเข้มจะขมวดมุ่น ตามมาด้วยรอยยิ้มหยามหยันที่ผุดพรายขึ้นบนเรียวปากหยักได้รูป
...นึกว่าใคร ที่แท้ก็เด็กที่ดูเหมือนจะเรียบร้อยคนนี้นี่เอง…
เขาจำเธอได้ดี เพราะวันนี้มองหน้าแทบจะทั้งวันในฐานะเพื่อนเจ้าสาว ครั้งแรกก็แค่มองผ่านๆ ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เด็กวัยนี้ไม่ใช่สเป็กของเขาอยู่แล้ว ทว่าดูเหมือนหลานสาวของเขาจะอยากให้เขารู้จักเป็นพิเศษ แล้วไหนจะเพื่อนสาวคนสนิทที่สะกิดให้มองอยู่หลายครั้งหลายครา
มือใหญ่เอื้อมไปเขย่าต้นแขนกลมกลึงเพื่อปลุกเธอให้ตื่น เขาไม่ชอบผู้หญิงที่ทำตัวไร้ค่า มานอนแบให้ท่าผู้ชายถึงเตียงแบบนี้ จอมทัพยอมรับว่าค่อนข้างผิดหวังกับผู้หญิงคนนี้ ท่าทีภายนอกของเธอดูเหมือนจะเรียบร้อยกว่าเพื่อนวัยเดียวกัน สายตาดูตื่นๆ และมีแววขี้อายเจืออยู่ แต่ไม่คิดเลยว่าจะใจกล้าบ้าบิ่นถึงขนาดมานอนรอเขาบนเตียงแบบนี้
“เธอ...เธอ...ตื่น”
จอมทัพทั้งเรียกทั้งเขย่า แต่เจ้าตัวก็แค่ขยับและพลิกตัวหันกลับมา จากนั้นก็หลับต่อ เขาได้กลิ่นแอลกอฮอล์เจือมากับลมหายใจของเธอ จึงถอนหายใจแรงๆ พร้อมทั้งส่ายหัวอย่างระอา พลางคิดว่าหรือคืนนี้ต้องยกเตียงให้เธอ แล้วตัวเขากลับไปนอนที่คอนโดมิเนียมของตัวเอง หากใจหนึ่งก็ค้านว่า ทำไมจะต้องขับรถให้เหนื่อย นี่มันเตียงของเขา ผู้หญิงคนนี้ต่างหากที่ต้องระเห็จตัวเองออกไป
เจ้าของห้องเลิกปลุกแล้วลุกไปคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำ เขาจะให้โอกาสผู้หญิงที่เมามายไม่ได้สติคนนี้นอนต่อสักพัก หลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาจะปลุกเธออย่างจริงจังอีกที คราวนี้ถ้ายังไม่ตื่นเขาจะอุ้มแล้วโยนออกไปจากห้อง และจะจัดการสั่งสอนให้เข็ดหลาบและให้รักศักดิ์ศรีตัวเองเสียบ้าง
ยี่สิบนาทีผ่านไป ร่างสูงออกมาจากห้องน้ำโดยยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้า บนร่างกำยำตอนนี้มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันเอวสอบอยู่ผืนเดียวเท่านั้น จอมทัพสาวเท้ายาวๆ ตรงมายังเตียง เพื่อจะจัดการเรื่องปัญหากวนใจให้เรียบร้อยเสียที แต่แล้วผู้หญิงที่อยู่บนเตียงก็ทำเอาเขาหัวเสียยิ่งกว่าเดิม ผ้าห่มที่เขาห่มให้ก่อนจะไปอาบน้ำตอนนี้ร่นไปอยู่ที่เท้าของเธอ ส่วนชุดราตรีกองอยู่ข้างเตียง แม่ตัวดีจึงอยู่ในสภาพเกือบเปลือยเปล่า มีเพียงบราเซียร์ไร้สายและกางเกงชิ้นน้อยปกปิดร่างกายเอาไว้เท่านั้น
...นึกว่าเมา ที่แท้ก็มารยาหญิงนั่นเอง พอเขาไม่สนถึงกับลงทุนถอดเสื้อผ้ายั่วเลยทีเดียว…
แม้จะยอมรับว่าร่างขาวอรชรนั้นยวนอารมณ์ไม่น้อย แต่จอมทัพก็ไม่ยอมหวั่นไหว เขาปรี่เข้าไปยังเตียง สอดมือเข้าใต้ร่างเล็ก ตั้งใจจะอุ้มแล้วโยนออกไปนอกห้องอย่างที่คิดเอาไว้แต่แรก ทว่าทันทีที่ได้แตะ ความเนียนละมุนและกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่กรุ่นอยู่ทั่วร่างของหญิงสาวก็ทำให้เขาถูกคุกคามด้วยความร้อนรุ่มอย่างกะทันหันทันที
“พี่คะทิปค่ะ...”
เสียงใสพึมพำออกมาเบาๆ ทำให้จอมทัพเหยียดยิ้มหยันอย่างนึกดูแคลนยิ่งกว่าเดิม ผู้หญิงคนนี้กำลังเอาตัวเข้าแลกเงินแน่ๆ ถึงได้ละเมอเพ้อพกถึงทิปขนาดนี้ ถ้าอย่างนั้นเขาก็ไม่จำเป็นต้องข่มกลั้นอารมณ์ใดๆ อีก ในเมื่อเธอเสนอให้ เขาก็แค่สนองตอบ และหลังจากอะไรๆ กันเสร็จก็จ่ายเงินพร้อมทิปตามที่เธอเรียกร้อง จากนั้นก็ทางใครทางมัน
ความคิดนั้นทำให้มือใหญ่ที่กำลังจะอุ้มร่างบางเปลี่ยนเป็นกอดกระชับแทนและปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจากร่างอรชรแทน เมื่อผู้หญิงหิวเงินเปลือยเปล่าทั้งหมด เขาก็ก้มลงประทับจุมพิตที่เรียวปากที่เคลือบด้วยลิปกลอสสีชมพูใส แล้วก็ไม่ผิดไปจากที่คาดเลยสักนิด เพราะเธอจูบตอบอย่างเร่าร้อนเต็มอารมณ์ทีเดียว แม้เขาจะรู้สึกว่าเธอเงอะงะเหมือนกับไม่เคยอยู่บ้าง แต่นั่นคงเป็นเพียงหนึ่งในมารยาหญิงที่ใช้มัดใจคู่นอนเท่านั้นเอง
หญิงสาววัยยี่สิบสองลุกขึ้นเก็บเสื้อผ้าที่กองอยู่ข้างเตียงมาสวมด้วยมือไม้ที่สั่นเทา หลังจากถูกพร่าพรหมจรรย์อย่างเร่าร้อนหนักหน่วงในยามที่สติถูกควบคุมด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ปากอิ่มบวมช้ำไปหมดจากแรงจุมพิตและเพราะเธอกำลังเม้มมันเข้าหากันจนแน่น พยายามจะไม่หันไปมองผู้ชายที่นั่งพิงพนักเตียงอยู่ตอนนี้ แม้เขาจะจ้องมองเธอแบบไม่วางตาก็ตาม
“นั่นเธอจะไปไหน”
เสียงทุ้มถามขึ้นห้วนๆ ห่างเหิน แน่ล่ะก็เธอกับเขาไม่เคยสนิทสนมกันมาก่อน แม้ว่าเมื่อครู่นี้จะเพิ่งผ่านเกมรักสุดเร่าร้อนมาด้วยกันหมาดๆ ก็ตาม
“…”
สายน้ำผึ้งไม่ตอบ เอาแต่ก้มหน้าก้มตาแต่งตัว พอเสร็จก็พรวดพราดไปยังประตูห้อง ทำให้คนที่อยู่บนเตียงต้องรีบคว้าเอาผ้าเช็ดตัวมาพันรอบเอวเอาไว้ลวกๆ ก่อนจะสาวเท้าตามไปทันที
“เดี๋ยวก่อนสิ!”
จอมทัพเรียกไว้พลางคว้าต้นแขนกลมกลึงของเธอเอาไว้ เธอจะหนีเขาไปดื้อๆ กลางดึกแบบนี้ได้ยังไง อย่างน้อยก็ควรจะรับค่าตัวก่อน เขาขี้เกียจจะตามไปจ่ายทีหลัง ก็ยอมรับล่ะว่าเมื่อครู่นี้ทั้งแปลกใจทั้งสุขใจไม่น้อย เมื่อรู้ว่าเธอยังบริสุทธิ์ เขายังจำตอนที่เธอหวีดร้อง ช่วงที่เขาล่วงล้ำผ่านเยื่อบางๆ นั้นได้ดี เสียงของเธอทั้งน่าฟังและน่าสงสารมากเหลือเกิน เขาจึงไม่ลังเลที่จะก้มลงไปจูบปากอิ่มอย่างอ่อนโยนเพื่อพาเธอก้าวข้ามผ่านมันไป ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลงด้วยความเร่าร้อนสุขสม เรียกได้ว่าวินวินทั้งคู่
เธอ...รักอย่างภักดีและเจียมใจ เขา...จ้องแต่จะทำลาย เลยทำทุกอย่างเพื่อหลอกให้รัก สุดท้าย...สิ่งที่เธอได้รับการตอบแทน จากรักที่แสนภักดีก็คือคำว่า ง่าย ที่เขาตะโกนใส่หน้าอย่างไม่คิดแม้แต่จะสงสาร
ศาสตรา ภูวเดชาธร คือผู้ชายที่ ภัคธีมา บอกตัวเองว่าเขาช่างร้ายกาจสมกับชื่อ ผู้ชายคนนี้พร้อมจะฟาดฟันให้เธอย่อยยับแหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทั้งๆ ที่เธอคือว่าที่น้องสะใภ้ หรือเขารังเกียจว่าเธอจน ไม่คู่ควรกับคนในตระกูลภูวเดชธรเจ้าของไร่ที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ เขาจึงกีดกันเธอกับน้องชายเขาทุกวิถีทาง แม้ภัคธีมาพยายามจะไม่ข้องแวะกับเขา หากทว่าในที่สุด โชคชะตาก็กลั่นแกล้ง ให้ต้องตกไปอยู่ในบ่วงพันธนาการของเขาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ภัคธีมาจึงได้แต่นับวันรอ… รอวันที่กริชผู้แข็งกร้าวอย่างเขาจะปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ แต่ครั้นเมื่อถึงเวลาจริงๆ มันกลับไม่ง่ายเลย เพราะหัวใจที่แสนอ่อนไหวถูกบ่วงเสน่หาร้อยรัดเอาไว้อย่างแน่นหนา
ร่างบางดำดิ่งลึกลงเรื่อยๆ ร่างกายทุรนทุรายเพื่อความอยู่รอด แต่ใจเธอยอมแพ้แล้ว มันอึดอัด มันหนาวเหน็บ นี่สินะความตาย ความตายของเธอที่พี่อิสร์ต้องการ เอมทำให้แล้วนะคะ หวังว่าการกระทำของเอมในครั้งนี้ จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เอมทำให้พี่อิสร์มีความสุข ขอให้ความรักความแค้นระหว่างเราจบลงแค่นี้ เอมเจ็บ เจ็บจนไม่อยากจะหายใจแล้วเช่นกัน ขอบคุณที่บอกให้เอมมาตาย มันน่าจะเป็นหนทางดับทุกข์ที่ดีที่สุดของเอมแล้ว ลาก่อนค่ะพี่อิสร์...
เมื่อเด็กที่อยู่ในอุปการคุณของผู้เป็นบิดาทำท่าว่าจะเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นแม่เลี้ยงของเขา ภาคิม วัชรอาชา ผู้ชายที่แสนจะหยิ่งยโสจึงยอมไม่ได้ สู้ให้บิดามีนางบำเรอเป็นร้อยเหมือนกับนางในฮาเร็มของสุลต่านยังจะดีเสียกว่าให้เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างนั้นมาร่วมสกุล เขาสลัดคู่ควงทุกคนทิ้งแทบจะทันทีแล้วหันมามุ่งมั่นกับการกำจัดว่าที่แม่เลี้ยงและจัดการลงทัณฑ์ผู้หญิงไม่เจียมตัวให้รู้สำนึกว่าอย่างมากเธอก็เป็นได้แค่ ‘นางบำเรอ’ เท่านั้น วิโรษณา ดุษยา เพื่อตอบแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณ สาวน้อยไร้เดียงสาจึงต้องยอมตกเป็น ‘เมียบำเรอ’ ของผู้ชายกักขฬะไร้หัวใจโดยไม่ยอมปริปากบ่น และไม่แม้แต่จะเรียกร้องความสมเพชใดๆ จากเขา เพราะรู้ว่าในสายตาของซาตานร้าย ผู้หญิงข้างถนนอย่างเธอมีค่าไม่ต่างอะไรกับขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้น “คุณภาคิม ได้โปรดอย่าทำกับปุ้มแบบนี้” “ฉันมีสิทธิ์ลงโทษเธอตามวิธีของฉันวิโรษณา” เสียงเขาแหบกระเส่า วิโรษณาดิ้นอย่างกระสับกระส่าย ทำไมเขาไม่ลงโทษเธอด้วยการเฆี่ยนตี หรือให้อดข้าวอดน้ำ ขังไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันก็ได้ เขาไม่รู้หรือไงว่าทำแบบนี้ร่างกายของเธอปั่นป่วนและกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยความทรมานอันแสนวาบหวาม ลิ้นร้อนดั่งไฟนาบจุมพิตทั่วทุกอณูเนื้อของดอกไม้แสนฉ่ำหวาน ก่อนจะแทรกลิ้นชื้นเข้าไปรุกรานความอ่อนนุ่มที่นิ้วเรียวของเขาได้สัมผัสมาแล้วก่อนหน้านี้ สาวน้อยพยายามตั้งสติไม่ปล่อยการกระทำไปตามอารมณ์เร่าร้อนที่กำลังรู้สึกอยู่ แต่ลิ้นอุ่นจัดของคนแสนชำนาญก็แทรกลึกเข้าไปในความอ่อนนุ่มกลางกายด้วยจังหวะอันร้ายกาจอย่างไม่หยุดหย่อน ใบหน้าสวยแดงซ่านด้วยอารมณ์ร้อนแรง มือเล็กจิกลงบนที่นอนและขยุ้มจนยับย่นเพื่อระบายความซ่านสยิวที่กำลังโรมรันกายสาวอย่างหน่วงหนัก ร่างบางกระตุกไหว คิ้วสวยขมวดนิ่วด้วยอารมณ์สะท้านซ่าน หลงใหลไปกับสัมผัสของเขาจนเผลอยกสะโพกขยับไปมาเบาๆ ปลายลิ้นหนาลากถูไถขึ้นลงตามกลีบกุหลาบแสนสวยที่เปียกชุ่มไปด้วยความฉ่ำหวาน สองขาเรียวสั่นระริกๆ เมื่อชายหนุ่มเริ่มออกแรงกดปลายลิ้นแตะต้องแรงขึ้น
เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับว่าที่เจ้าบ่าวในคืนแต่งงาน ทำให้พรรษรดาต้องเข้าพิธีกับน้องชายของเจ้าบ่าวแทน แม้วิวาห์ครั้งนี้จะเป็นเพียงวิวาห์สมมติในความรู้สึกของเขาและเธอ หากทว่าความรู้สึกที่เก็บซ่อนไว้ข้างในนั้นต่างหากที่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เธอจะกล้าบอกความในได้อย่างไร ว่าแท้จริงแล้วผู้ชายที่เธอมีใจใฝ่ปองและอยากแต่งงานด้วยจริงๆ ก็คือเขา ในเมื่อผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าสามี เอาแต่เฉยเมยเย็นชาใส่ ซ้ำยังเอ่ยปากขอหย่าอยู่หลายครั้ง พรรษรดาจะจัดการปัญหาหัวใจครั้งนี้อย่างไรดี ในเมื่อยิ่งเขาทำให้เจ็บ หัวใจไม่รักดีก็ยิ่งรักเขามากขึ้นๆ เธอควรรั้งเขาไว้ให้เป็นสามีในนามเพื่อทรมานใจกันเล่นๆ หรือว่าปล่อยเขาไปให้สมรักกับผู้หญิงอื่นตามที่เขาร้องขอ ***ตัวอย่าง*** “ฉันรักเธอพรรษรดา ฉันรักเธอ รักเธอคนเดียว” เขาสารภาพออกมาเสียงแหบห้าว นัยน์ตาหม่นมัวไปด้วยแรงรักแรงปรารถนาที่อัดแน่นอยู่ข้างใน “คุณภู...” “หัวเราะสิ หัวเราะเยาะฉัน หัวเราะไอ้ผู้ชายหน้าโง่ที่มันเป็นทาสรักของเธออย่างโงหัวไม่ขึ้นมาตลอดหลายปี หัวเราะเยาะไอ้ผู้ชายหน้าโง่ที่ตัดใจไม่ได้เสียที” คำสารภาพของเขาเหมือนระลอกคลื่นยักษ์ที่กระแทกโครมเข้าใส่หัวใจดวงน้อยของพรรษรดา เธอถึงกับร้องไห้สะอึกสะอื้นเพราะแบกรับความรู้สึกอันท่วมท้นนั้นไม่ไหว “ฉันมันคงน่าสมเพชมากสินะ” ร่างใหญ่ขยับตัวเหมือนจะถอดถอนออกไป แต่พรรษตวัดขารัดรอบเอวสอบไว้แน่น ทำให้เขาดำดิ่งเข้ามาฝังลึกอยู่ในช่องสาวอีกครั้ง “อย่าบังอาจลุกจากตัวพรรษ” เธอแหวใส่เขาเสียงดังลั่น ตัวสั่นเทาเพราะความรัญจวนและความเต็มตื้นในหัวใจ “พรรษรดา...” “อย่าคิดว่าจะผลักไสพรรษง่ายๆ อีก รู้มั้ยว่าพรรษรอนานแค่ไหน รู้ไหมว่าต้องเสียน้ำตาไปกี่ครั้งเมื่อคิดว่าตัวเองรักคุณภูข้างเดียว อย่ามาบอกรักพรรษ ล้อเล่นกับหัวใจพรรษแล้วหนีไปง่ายๆ อีก พรรษไม่ยอมอีกแล้ว คราวนี้พรรษจะตามรังควานไปตลอดชีวิตเลย อย่าหวังว่าจะได้มีโอกาสมีความสุขกับผู้หญิงคนไหน อย่าหวังว่าจะได้บอกรักใครอีก เพราะคำว่ารักของคุณภูจะเป็นของพรรษคนเดียวตลอดไป”
ในเมื่อเธอเป็นเมียที่ได้มาจากการทรยศ ความรู้สึกเดียวที่เธอจะได้รับจากเขาก็มีแค่ ความชัง เท่านั้น อย่างหวังว่า เขาจะเลิกชัง อย่าหวังว่า เขาเหลียวแล อย่าหวังว่า จะได้แม้แต่เศษเสี้ยวความรักของเขา นภัทรบอกตัวเองเช่นนั้น อย่างหนักแน่นอยู่เสมอ แต่ความเกลียดชังโกรธแค้นของเขามันน้อยลงตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือเป็นเพราะนัยน์ตาเศร้าๆ ซื่อๆ ของเด็กคนนั้น ที่มันค่อยๆ เขย่าความเย็นชาในหัวใจเขา ให้กลายเป็นความรู้สึกอื่น
หลังจากแต่งงานกันมาสามปี เวินเหลี่ยงก็ยังไม่เคยได้ความรักจากฟู่เจิ้งแต่อย่างใดเลย เมื่อรักแรกของเขากลับมา สิ่งที่รอเธออยู่คือหนังสือการหย่า "ถ้าฉันมีลูก คุณยังเลือกหย่าไหม?" เธออยากจับโอกาสสุดท้ายนี้ไว้ แต่แล้วมีแต่คำตอบที่เย็นชาว่า "ใช่" เวินเหลี่ยงหลับตาและเลือกที่จะปล่อยมือ ...ต่อมาเธอนอนอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยความสิ้นหวังและลงนามในข้อตกลงการหย่า "ฟู่เจิ้ง เราไม่ได้เป็นหนี้กันอีกต่อไปแล้ว..." ชายที่มีความเด็ดขาดและเย็นชามาโดยตลอดนอนอยู่ข้างเตียงขอร้องให้อีกฝ่ายกลับมาด้วยเสียงแผ่วเบา "เหลียง ได้โปรดอย่าหย่าได้ไหม?"
ลู่หมิงเยว่ถูกแฟนนอกใจ และยังโดนดูถูกว่าเธอแค่ดีแต่หน้าตา ด้วยความโกรธ ลู่หมิงเยว่ใช้เสน่ห์ของเธอไปมีความสัมพันธ์กับเยี่ยนเฉิงจือประธานบริษัท แต่เธอกล้าทำแต่ไม่กล้ายอมรับ หลังจากเสร็จธุระนั้นเธอก็หนีไปเงียบๆ และยังเข้าใจผิดว่าคนในคืนนั้นคือเพลย์บอย เสิ่นเว่ยตง ทำให้เยี่ยนเฉิงจือเข้าใจผิดว่าเธอชอบคนอื่น เขาเลยแอบอิจฉาและหึงหวงอยู่เงียบๆ มานาน
เธอคิดว่าพวกเขาจะต่างคนต่างไปหลังจากการหย่าร้าง โดยเขาใช้ชีวิตของเขาเอง ส่วนเธอก็มีความสุขกับเธอไป-- แต่แล้ว... "ที่รัก ผมผิดไปแล้ว คุณกลับมาได้ไหม" ชายใจร้ายที่เคยหักหลังเธอสุดท้ายก็ก้มหัวที่หยิ่งผยองลง "เราคืนดีกันเถอะ ผมขอร้องล่ะ" ซูเชียนชือผลักดอกไม้ที่ชายคนนั้นมอบให้ออกไปอย่างเย็นชา และตอบอย่างใจเย็น "มันสายไปแล้ว"
เจียงหยวนชอบเสิ่นตู้มาเป็นเวลาสี่ปี แม้จะต้องเผชิญความรังเกียจจากตระกูลเจียง แต่เธอก็ยังเลือกยืนหยัดเคียงข้างเขา กระทั่งวันหนึ่ง เสิ่นตู้เพื่อพี่สาวของเขา ยอมยกให้เธอไปมีอะไรกับคนอื่น ในที่สุด เธอถึงได้เข้าใจว่าคนที่ไม่ใช่ยังไงก็คือไม่ใช่ ในเมื่อไม่ใช่คนที่ใช่ งั้นเธอยอมตัดทิ้งแล้วกัน เธอหันไปให้ความสำคัญกับการทำงานจนกลายเป็นนางแบบระดับโลก ทำให้คนทั้งโลกตะลึง ผู้ชายที่ทำร้ายเธอรู้สึกเสียใจ“หยวนหยวน โลกของฉันขาดเธอไม่ได้ กลับมานะ” ตลกสิ้นดี ผู้ชายมันจะเทียบกับอาชีพการงานได้ที่ไหน ! ** เจี่ยงเฉินโจว ผู้นำของตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหรงเฉิง เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นเป็นคนแสนเย็นชา แต่อยู่ลับหลังกลับเป็นคนคลั่งรัก เขาชอบความงามของเจียงหยวน เห็นเธอเป็นเหมือนสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่น่ารักและเชื่อง ต่อมา บนพรมแดงท่ามกลางแสงสปอร์ตไลท์ ชายผู้ก้าวลงจากเวทีคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าสาธารณะ“ถึงแม้จะไม่มีฐานะอะไร ฉันก็ยินยอม”
อดีตนักฆ่าสาวอันดับหนึ่ง ผู้มีใจคอโหดเหี้ยมได้ทะลุมิติอยู่ในร่างสาวน้อยรูปโฉมอัปลักษณ์ ที่ทุกคนต่างสาปส่งและรังแกสารพัด!
จากอดีตนักล่าซอมบี้ในวันสิ้นโลกต้องผันตัวเป็นสาวน้อยชาวไร่สุดแกร่งที่ต้องช่วยแม่และน้องสาวให้รอดพ้นจากญาติพี่น้องมหาภัยและความยากจน เปิดธุรกิจร่ำรวยใหญ่โตเอาให้เหลือกินเหลือใช้ไปทั้งชาติ!
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY