เขาแอบชอบเธอตั้งแต่เจอกันครั้งแรกแต่เธอกลับกลัวและพยายามอยู่ให้ห่างจากเขาแล้วเขาจะทำอย่างไรที่จะตามจีบเธอดีในเมื่อเธอเป็นน้องรหัสของเขา
เขาแอบชอบเธอตั้งแต่เจอกันครั้งแรกแต่เธอกลับกลัวและพยายามอยู่ให้ห่างจากเขาแล้วเขาจะทำอย่างไรที่จะตามจีบเธอดีในเมื่อเธอเป็นน้องรหัสของเขา
ณ.มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง
ตึก..ตึก..ตึก..พลั้ก!..ตุ๊บ..
"ว้าย!..ขอโทษนะคะ..ขอโทษค่ะ"
กอหญ้าก้มหน้าพลางพูดโดยไม่ได้เงยหน้ามองคนที่ถูกชน
"วิ่งยังไงวะ!..ไม่เห็นคนหรือไง"ภีรนัสหรือภีมพูดด้วยเสียงดุๆและหน้าตาที่หงุดหงิด
"ขอโทษค่ะ..ขอโทษจริงๆ"กอหญ้าพูดพร้อมกับก้มลงเก็บหนังสือที่หล่นอยู่ที่พื้น
"ใจเย็นๆโว้ย!...ไอ้ภีม"
ตรีวิทย์หรือวิทย์พูดพลางเอามือจับบ่าของภีมไว้
"ใช่..น้องเค้าคงไม่ได้ตั้งใจหรอก"เดชาหรือชาช่วยพูด
"กูว่าเธอตั้งใจวิ่งชนกูมากกว่าว่ะ"
ภีมพูดสีหน้ายังคงหงุดหงิดเพราะเขาเคยเจอมาบ่อยๆที่ชอบมีสาวๆแกล้งมาเดินชนเพราะอยากจะพูดคุยกับเขา
"ห่ะ..พี่ว่าอะไรนะคะ!?"
กอหญ้าลุกขึ้นหลังจากเก็บหนังสือที่หล่นหมดแล้วจึงเงยหน้ามองหน้าของภีมพลางขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูด ผู้ชายคนนี้สูงมากน่าจะเกิน180ซม.หน้าตาหล่อมากๆ แต่ดวงตาที่ทั้งคมทั้งดุแถมสีหน้าที่เรียบเฉยและสายตาที่ค่อนข้างเย็นชาทำให้ดูน่ากลัวในสายตาของกอหญ้าแต่เธอจำเป็นต้องพยายามทำเหมือนไม่กลัวทั้งๆที่กลัวจะแย่อยู่แล้ว
พอกอหญ้าเงยหน้าขึ้นมาทำให้วิทย์ ชารวมถึงภีมถึงกับอึ้งไปเลยเพราะกอหญ้ามีดวงตาที่กลมโตสดใสเหมือนดาวบนท้องฟ้า จมูกโด่งรั้นนิดๆ ปากอิ่มสีชมพู แก้มป่องๆขาวๆที่ตอนนี้มีสีแดงนิดๆน่าจะเหนื่อยจากการวิ่ง ผมตรงยาวสีดำไปถึงกลางหลัง สูงน่าจะไม่เกิน165ซม.ตัวเล็กมากๆน่ากลัวว่าถ้าลมพัดแรงๆจะปลิวไปตามลมมากกว่าสรุปแล้วเธอทั้งน่ารักและสวยรวมอยู่ในคนๆเดียว
"พี่พูดว่ายังไงนะคะ!?"กอหญ้าเอียงคอถามอีกครั้ง
"เอ่อ..ผมว่าคุณตั้งใจจะวิ่งชนผมมากกว่า"
ภีมพูดนิ่งๆหลังตื่นจากภวังค์ เธอโคตรน่ารักถูกใจเขามากแต่เขาต้องทำตัวเข้มและเย็นชาเหมือนเดิมไว้ก่อน
"ทำไมหนูต้องตั้งใจวิ่งชนพี่ด้วยล่ะคะ"กอหญ้าถามอย่างงงๆ
"เพราะคุณอยากคุยกับผมและอยากตีสนิทด้วยไงล่ะ.."ภีมพูดแบบหยิ่งๆ
"หึหึ..พี่คิดมากไปแล้วค่ะ..หนูไม่ได้อยากคุยหรืออยากจะตีสนิทกับพี่หรอกนะคะ..และถ้าพี่ไม่ได้เจ็บตรงไหนหนูขอตัวก่อนนะคะ..ขอโทษอีกครั้งค่ะ!"
กอหญ้ายิ้มกว้างก่อนจะก้มหัวแล้วหันหลังวิ่งออกไปทันทีเพราะจะเข้าเรียนคาบแรกไม่ทันแล้วและอีกอย่างเธอรู้สึกกลัวผู้ชายที่ถูกเธอชนมากๆ
"นี่!..เธอ.."
ภีมอึ้งกับคำพูดของกอหญ้ามาก ตั้งแต่เขาโตมาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธเขาเลยสักคน มีแต่พยายามเข้าหาเขาตลอดและนั่นทำให้เขารู้สึกเบื่อมากๆจนไม่ค่อยอยากจะพูดคุยกับผู้หญิงสักเท่าไร แต่คนตัวเล็กเมื่อกี้กลับบอกว่าไม่อยากจะคุยและสนิทกับเขา
"555..ตั้งแต่กูเป็นเพื่อนกับมึงมานะ..ไอ้ภีม..นี่เป็นครั้งแรกที่มีสาวมาบอกว่าไม่อยากคุยกับมึงว่ะ!"วิทย์ขำ
"ใช่ว่ะ!..แถมสาวคนนั้นทั้งสวยและน่ารัก..แม่งเหมือนตุ๊กตาเลยว่ะ"ชาสนับสนุน
"เออ..ไม่รู้ว่าเป็นคนหรือตุ๊กตา..แหม!..กูอยากรู้จริงๆว่าเรียนคณะไหน..จะได้ตามไปจีบเสียหน่อย"วิทย์พูด
"แต่เมื่อกี้...ตอนน้องเค้าเก็บหนังสือ..ดูเหมือนจะเป็นหนังสือเรียนวิศวะปี1นะ"ชาบอก
"จริงเหรอวะ!...มึงแน่ใจนะ"ภีมถาม
"ทำไม!?..มึงสนใจเหรอวะ..แต่ปกติมึงไม่เคยจะสนใจนี่หว่า"ชาถามพลางจ้องหน้าภีมตรงๆ
"ก็..ป่าว..แค่ถามดู"ภีมตอบเลี่ยงๆ
"ไม่จริงมั้ง!..พวกกูรู้จักมึงมาตั้งนานแล้วนะโว้ย!..จะไม่รู้จักนิสัยมึงเลยหรือไงวะ"วิทย์พูดยิ้มๆ
"ใช่...ถ้ามึงสนใจ..พวกกูก็จะไม่ยุ่งแถมยังจะช่วยมึงอีกด้วย..ใช่มั้ย..ไอ้วิทย์"ชาบอก
"ใช่สิวะ..น้ำแข็งจะได้กลายเป็นน้ำเสียที555"วิทย์ขำ
"พอๆ..เลิกพูด..ไปเข้าเรียนก่อนเถอะว่ะ"ภีมรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อถูกเพื่อนๆแซว
"เออๆ..ไม่พูดก็ได้..แต่สวยน่ารักขนาดนั้น..ถ้าไม่รีบ..กูว่าคงมีคนคาบเอาไปแดกแน่ๆ"ชาบอก
"ของที่กูสนใจ..ใครก็เอาไปไม่ได้ทั้งนั้น"ภีมบอกเสียงเรียบๆ
"งั้น..ก็ไปเข้าเรียนกัน..ไป..พวกมึง"
วิทย์บอกแล้วเดินนำไปทางตึกคณะวิศวะ
ภีม วิทย์และชาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ประถม เรียนด้วยกันมาตลอดจึงสนิทกันมาก ทางบ้านของทั้งสามคนมีฐานะร่ำรวยมาก มีกิจการเป็นของตัวเองแล้วทั้งสามคนยังได้ร่วมกันเปิดผับแบบกึ่งร้านอาหารด้วยกันอีกด้วย ทั้งสามคนเป็นหนุ่มฮอตประจำมหาลัยที่ทั้งหล่อทั้งรวย เป็นที่หมายปองของสาวๆทั้งในมหาลัยและข้างนอกโดยเฉพาะภีมมีดีกรีเป็นถึงเดือนของมหาลัยเมื่อปีที่แล้วด้วย ทั้งสามคนเรียนอยู่คณะวิศวะปี2แล้ว
"กอหญ้า..ทางนี้!"รุ้งดาวหรือรุ้งเรียกเมื่อเห็นกอหญ้ายืนอยู่ที่ประตูห้องเรียน
"ทำไมช้าจังล่ะ"เมยาหรือเมย์ถามเมื่อกอหญ้าเข้ามานั่งลงแล้ว
"พอดีมีเรื่องนิดหน่อยน่ะ..ดีนะที่มาทัน"กอหญ้าพูดเหนื่อยๆเพราะวิ่งมา
"มีอะไร..!?"รุ้งถาม
"ไม่มีอะไรหรอก..ชั้นแค่วิ่งชนคนน่ะ..น่าจะเป็นรุ่นพี่..แต่ไม่รู้ว่าคณะอะไรตรงมุมตึกน่ะ"
กอหญ้าเล่าให้เพื่อนฟัง เธอกับรุ้งและเมย์เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กเพราะพ่อแม่ของทั้งสามคนเป็นเพื่อนกันมีบริษัทรับเหมาก่อสร้างเหมือนกัน เพียงแต่แม่ของกอหญ้าเสียไปตั้งแต่กอหญ้าได้2ขวบ เธอจึงอยู่กับป๊าและพี่ชายที่อายุมากกว่าถึง8ปี ดังนั้นเธอจึงสนิทกับรุ้งและเมย์จนเหมือนพี่น้องกันแท้ๆ
"ซุ่มซ่ามอีกแล้วล่ะสิแกน่ะ"เมย์บอก
"แหม!..ชั้นก็แค่รีบน่ะ"กอหญ้าเสียงอ่อยๆ
"ทุกทีเลยนะแกน่ะ..ปล่อยไปไหนคนเดียวทีไร..เกิดเรื่องทุกที"รุ้งว่า
"พวกแกเลิกว่าชั้นเถอะนะ..ต่อไปจะระวัง..นะ..นะ"กอหญ้าอ้อน
"ก็พูดอย่างนี้ทุกครั้งแหละ..ว่าแต่นี่แกบอกป๊าหรือยัง..ที่ออกมาอยู่ที่หอพักน่ะ"เมย์ถาม
"ยังเลยว่ะ...ว่าจะรอให้ป๊ากลับมาจากฮ่องกงแล้วรู้เองดีกว่า..อีกอย่างรอให้เฮียกลับมาจากมาเลย์ด้วย..จะได้มาช่วยพูดกับป๊าให้น่ะ"
กอหญ้าบอกหน้าเรียบๆ เธอเคยขอป๊าแล้วว่าจะออกมาอยู่หอพักใกล้ๆกับมหาลัยแต่ป๊าไม่ยอม เธอเลยแอบย้ายออกมาตอนที่ป๊าไปทำงานที่ฮ่องกง
"ชั้นว่านะ..ถ้าป๊ารู้มีหวัง..มาตามแกถึงมหาลัยแน่ๆ"รุ้งว่า
"ชั้นก็ว่าอย่างนั้นแหละ..แล้วนี่ป๊าจะกลับเมื่อไหร่วะ"เมย์ถาม
"ก็น่าจะวันสองวันนี้แหละ..ชั้นคงต้องหลบๆจนกว่าเฮียจะกลับมาน่ะ"กอหญ้าบอก
"แล้วเฮียจะกลับเมื่อไหร่ล่ะ"รุ้งถาม
"เห็นว่าวันศุกร์หรือเสาร์นี้แหละ"กอหญ้าบอก
"เออๆ..เอาไว้ค่อยคุย..อาจารย์มาแล้ว"เมย์ว่า
สามสาวจึงหันกลับไปตั้งใจเรียนก่อน
สองวันต่อมา โรงอาหารคณะวิศวะ
"ว้าย!แกดูนั่นสิ..พี่ภีมโคตรหล่อเลยอ่ะ"
"พี่วิทย์กับพี่ชาก็น่ารัก"
เสียงสาวๆนักศึกษาที่มารวมกันอยู่ในโรงอาหารพากันพูดและมองไปทางสามหนุ่มหล่อของมหาลัยที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะ
"ทำไมวันนี้โรงอาหารคณะเรามีสาวๆมากจังล่ะ!..ไหนบอกว่าคณะวิศวะมีผู้หญิงเรียนน้อยไง"
กอหญ้าถามเมื่อเดินเข้ามาในโรงอาหาร
"อ้อ!..ชั้นรู้แล้ว..ก็พี่ๆสุดหล่อประจำมหาลัยมานั่งกินข้าวอยู่นั่นไงล่ะ..สาวๆจากหลายคณะจึงมารวมตัวกัน"เมย์บอก
"ไหนวะ..จริงด้วย..นั่นพี่ภีม..พี่วิทย์และพี่ชา..โอ้ย!โคตรหล่ออ่ะ"รุ้งทำท่าปลื้ม
กอหญ้าหันไปมองตามที่เพื่อนบอก เธอเห็นภีมแล้วถึงกับชะงัก นั่นมันพี่หน้าดุๆที่โดนเธอชนวันนั้นนี่นา นี่เขาเรียนวิศวะเหรอ ไม่ใช่มั้งถ้าใช่ ตาย! ตายแน่!!ไอ้กอหญ้า
เขาตกหลุมรักเพื่อนสนิทของน้องสาวตั้งแต่เห็นครั้งแรกแต่เพราะเธอมีนิสัยที่ไม่เหมือนใครทำให้เขาไม่กล้าแสดงตัวว่าชอบได้แต่พยายามตีสนิทโดยมีน้องสาวตัวแสบคอยช่วยเหลือคงต้องมาช่วยกันลุ้นว่าเขาจะจีบเธอมาเป็นแฟนได้มั้ย
เขาแอบรักเธอตั้งแต่เขายังเรียนมัธยมต้นแต่ไม่กล้าบอกเพราะเธอเป็นน้องสาวของเพื่อนสนิทจนผ่านมาถึง10ปีเขาได้เจอกับเธออีกครั้งและตั้งใจจะบอกกับเธอ แต่เขาก็ต้องมีคู่แข่งอีกหลายคนดังนั้นจึงต้องมีการวางแผนเพื่อทำให้เธอรักเขาให้ได้
เมื่อเขาต้องเลือกเจ้าสาวจากลูกสาวของเพื่อนสนิทของพ่อที่มีอยู่2คน คนพี่สวยเซ็กซี่หยิ่งทนง คนน้องสวยน่ารักใสซื่อไม่ถือตัว เขาควรจะเลือกใครดี
เขาเป็นลูกชายของมาเฟียที่ผันตัวเองมาทำธุรกิจ เขาควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าไม่จริงจังกับใครแต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ได้ช่วยชีวิตเธอไว้โดยบังเอิญแล้วนั่นก็เป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อเขาตกหลุมรักเธอโดยยังไม่รู้แม้แต่ชื่อ แต่เขาก็ไม่คิดจะปล่อยเธอไป
เขาหลงรักเธอตั้งแต่ในความฝันแล้วพยายามตามหาเธอในความจริงจนกระทั่งพรหมลิขิตก็ทำให้เขาได้เจอกับเธอ
เธอแอบชอบรุ่นพี่มาตั้งแต่เข้ามหาลัยปี 1 แต่ไม่กล้าบอกจนผ่านมาได้ 1 ปีเธอถึงได้กล้าไปบอกเขาและขอตามฉี่เป็นเวลา 3 เดือนเขาปฏิเสธ
“ก่อนทำเรื่องนี้พี่ขอถามน้องภาสักข้อได้ไหม” ธาวิศพูดแล้วก้าวเท้าเข้าไปหาคนบนเตียง “ได้ค่ะ” นิภาก้มหน้ายามตอบ ธาวิศทิ้งสะโพกลงนั่งด้านข้าง พร้อมกับดันปลายคางของหญิงสาวให้ขึ้นมองหน้าเขา “น้องภาเต็มใจใช่ไหม” แววตาของคนถูกถามสั่นระริกไปมา ปากจิ้มลิ้มก็ขยับขึ้นลงเหมือนคนคิดไม่ออกว่าควรตอบอย่างไร “น้องภาพี่ถามว่าเต็มใจใช่ไหม หรือว่าถูกคุณยายบังคับ” คราวนี้ธาวิศเน้นน้ำหนักเสียงมากขึ้นกว่าเดิม “ภาเต็มใจค่ะ” หญิงสาวตอบเขาแล้ว แต่เป็นคำตอบที่เต็มไปด้วยความไม่มั่นใจในตัวเอง “ไม่ได้ถูกบังคับแน่นะ” “ค่ะ ภาไม่ได้ถูกบังคับ ภาเต็มใจค่ะพี่ภูมิ” ธาวิศกัดฟันกรอดในคำตอบที่เขาไม่ปรารถนาจะได้ยิน ออกแรงผลักหน้าอกนิภาจนล้มลงไปนอนอยู่บนเตียง ปลดกระดุมเสื้อนอนของตนเองออกทีละเม็ด โดยที่สายตาก็ยังจดจ้องอยู่กับคนตรงหน้า “ระหว่างเรามันจะไม่มีความผูกพันอะไรกันทั้งนั้น เราทำเรื่องนี้ก็เพื่อคุณยาย เสร็จจากนี้ไปพี่ก็จะกลับกรุงเทพฯ ไปใช้ชีวิตกับคนรักของพี่ตามเดิม ภายังรับได้อยู่ใช่ไหม” ชายหนุ่มพูดจบก็ทิ้งเสื้อนอนลงบนพื้น คนบนเตียงก็ยังเม้มริมฝีปากตัวเองเอาไว้แน่น คำตอบไม่มาสักทีเขาเลยต้องเลิกคิ้วขึงตาใส่ “ค่ะภารับได้” คำพูดที่เปล่งออกมาช่างเบาหวิว คงไม่ต่างไปจากอารมณ์ของคนพูด “รับได้ก็ดี อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน ไม่งั้นพี่เอาตายแน่” ธาวิศทาบร่างตัวเองลงบนลำตัวของนิภา มองจุดหมายแรกที่จะเริ่มต้นทำรัก ประทับจูบลงบนริมฝีปากนุ่มนิ่มของหญิงสาว สัมผัสแรกของทั้งคู่ช่างตราตรึงในความรู้สึก จากที่จะจูบเพียงแผ่วเบากลายเป็นแทรกลึกดูดดื่มขึ้นตามอารมณ์ (รักซ้ำรอย)
หลังจากแต่งงานกันมาสามปี เวินเหลี่ยงก็ยังไม่เคยได้ความรักจากฟู่เจิ้งแต่อย่างใดเลย เมื่อรักแรกของเขากลับมา สิ่งที่รอเธออยู่คือหนังสือการหย่า "ถ้าฉันมีลูก คุณยังเลือกหย่าไหม?" เธออยากจับโอกาสสุดท้ายนี้ไว้ แต่แล้วมีแต่คำตอบที่เย็นชาว่า "ใช่" เวินเหลี่ยงหลับตาและเลือกที่จะปล่อยมือ ...ต่อมาเธอนอนอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยความสิ้นหวังและลงนามในข้อตกลงการหย่า "ฟู่เจิ้ง เราไม่ได้เป็นหนี้กันอีกต่อไปแล้ว..." ชายที่มีความเด็ดขาดและเย็นชามาโดยตลอดนอนอยู่ข้างเตียงขอร้องให้อีกฝ่ายกลับมาด้วยเสียงแผ่วเบา "เหลียง ได้โปรดอย่าหย่าได้ไหม?"
เวินอี่ถงได้เห็นความรักอันลึกซึ้งของเจียงยวี่เหิง แต่ก็ได้สัมผัสกับการทรยศของเขาเช่นกัน เธอเผารูปแต่งงานของพวกเขาต่อหน้าเขา แต่เขากลับมัวแต่ง้อชู้ของเขา ทั้งๆ ที่เขาแค่มองดูแวบหนึ่งก็จะเห็น แต่เขากลับไม่สนใจเวินอี่ถงสุดจะทน ตบหน้าเขาอย่างแรง พร้อมอวยพรให้เขากับชู้ของรักกันยืนยาว แล้วเธอก็หันหลังสมัครเข้ากลุ่มวิจัยลับเฉพาะ ลบข้อมูลประจำตัวทั้งหมด รวมถึงความสัมพันธ์การแต่งงานกับเขาด้วย! ก่อนจากไป เธอยังมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้เขาอีกด้วยเมื่อถึงเวลาที่จะเข้ากลุ่ม เวินอี่ถงก็หายตัวไป บริษัทของเจียงยวี่เหิงประสบปัญหาล้มละลาย เขาจึงออกตามหาเธอด้วยทุกวิถีทาง แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นใบมรณบัตรที่ต้องสงสัยเขาสติแตก “ฉันไม่เชื่อ ฉันไม่ยอมรับ!”เมื่อพบกันอีกครั้ง เจียงยวี่เหิงต้องตกใจที่พบว่าเวินอี่ถงเปลี่ยนตัวตนใหม่แล้ว โดยข้างกายมีผู้มีอำนาจที่เขาต้องยอมก้มหัวให้เขาอ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง “ถงถง ผมผิดไปแล้ว คุณกลับมาเถอะ!”เวินอี่ถงเพียงยิ้มยักคิ้ว จับแขนของผู้มีอำนาจข้างๆ “น่าเสียดาย ตอนนี้ฉันอยู่ในระดับที่นายไม่อาจเอื้อมถึงแล้ว”
คิณ อัคนี สุริยวานิชกุล ทายาทคนโตของสุริยวานิชกุลกรุ๊ป อายุ 26 ปี นักธุรกิจหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตร เย็นชากับผู้หญิงทั้งโลกยกเว้นเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น เอย อรนลิน "เมื่อเขาดึงเธอเข้ามาในวังวนของไฟรักที่แผดเผาหัวใจดวงน้อยๆของเธอให้ไหม้ไปทั้งดวง" "เธอแน่ใจนะว่าจะให้ฉันช่วยค่าตอบแทนมันสูงเธอจ่ายไหวเหรอ?" เอย อรนลิน พิศาลวรางกูล ดาวเด่นของวงการบันเทิงที่ผันตัวไปรับบทนางร้าย เธอสวย เซ็กซี่ ขี้ยั่วกับเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น "เขาคือดวงไฟที่จุดประกายขึ้นในหัวใจดวงน้อยๆของเธอให้หลงเริงร่าอยู่ในวังวนแห่งไฟรัก" "อะ อึก จะ เจ็บ เอยเจ็บค่ะคุณคิณ"
ซ่งจิ่งถังรักฮั่วอวิ๋นเซินอย่างลึกซึ้งนานถึงสิบห้าปี แต่ในวันที่เธอคลอดลูกกลับตกอยู่ในอาการโคม่า ขณะที่ฮั่วอวิ๋นเซินกระซิบข้างหูเธออย่างอ่อนโยนว่า "ถังถัง อย่าฟื้นขึ้นมาอีกเลย สำหรับฉัน เธอไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว" ซ่งจิ่งถังเคยคิดว่าสามีของเธอเป็นคนอ่อนโยนและรักใคร่ตัวเอง แต่จริงๆ แล้วเขามีแต่ความเกลียดชังและใช้ประโยชน์จากเธอเท่านั้น และลูกๆ ที่เธอเสี่ยงชีวิตให้กำเนิด กลับเรียกหญิงสาวคนอื่นว่า 'แม่' ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนต่อหน้าที่เตียงคนไข้ของเธอ เมื่อซ่งจิ่งถังฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอทำคือการตัดสินใจหย่าขาดอย่างเด็ดขาด! แต่หลังจากหย่าแล้ว ฮั่วอวิ๋นเซินจึงเริ่มตระหนักว่า ชีวิตที่ผ่านมาของเขาเต็มไปด้วยเงาของซ่งจิ่งถัง หญิงคนนี้กลายเป็นความเคยชินของเขา เมื่อพบกันอีกครั้ง ซ่งจิ่งถังปรากฏตัวในที่ประชุมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เธอเปล่งประกายจนทุกคนต้องหันมามอง หญิงคนนี้ที่เคยมีแต่เขาในใจ บัดนี้กลับไม่แม้แต่จะมองเขาอีก ฮั่วอวิ๋นเซินคิดว่าเธอแค่ยังโกรธอยู่ ถ้าเขาเอ่ยปากพูดนิดหน่อย ซ่งจิ่งถังจะต้องกลับไปหาเขาแน่นอน เพราะเธอรักเขาหมดหัวใจ แต่ต่อมา ในงานหมั้นของผู้นำคนใหม่ของตระกูลเพ่ย เขาเห็นซ่งจิ่งถังสวมชุดแต่งงานหรูหรา ยิ้มอย่างเปี่ยมสุขและกอดแน่นเพ่ยตู้พร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ ฮั่วอวิ๋นเซินอิจฉาจนแทบคลั่ง เขาตาแดงก่ำและบีบแก้วจนแตก เลือดไหลไม่หยุด...
“สวิงของต้นกับอ้อ” ถูกเขียนขึ้นในวันที่ 10 เดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. 2555 โดยลงในเว็บไซต์ Sudswing ที่ปัจจุบันปิดตัวถาวรไปนานแล้ว แต่เชื่อว่ายังอยู่ในความทรงจำของใครหลาย ๆ คน ซึ่งหากนับเวลาแล้วก็ครบรอบ 13 ปี พอดี ณ วันที่กำลังเริ่มต้นลงฉบับพิเศษของนิยายเรื่องนี้ โดยมีการปรับปรุงเนื้อหาในแต่ละตอนให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น รวมถึงการรวมตอนพิเศษและตอนที่หายไปเอามาไว้ในเรื่องนี้ สำหรับไรต์แล้ว “สวิงของต้นกับอ้อ” คือลูกคนโตและลูกรักที่นำพาให้ไรต์ก้าวมาเป็นนักเขียนอย่างเต็มตัวในนิยายสายอีโรติกแนวสวิงกิ้ง NTR, Cuckold, 3P, นิยายแนวเมียสาวเหงารัก รวมถึงแนวที่สามีอยากเห็นภรรยาของตัวเองไปมีอะไรกับชายอื่น ยังไงขอฝากนิยาย “สวิงของต้นกับอ้อ” ฉบับครบรอบ 13 ปีนี้ เอาไว้ให้นักอ่านได้ติดตามกันด้วย ขอบคุณสำหรับทุกการสนับสนุนที่ทำให้ไรต์ยังคงเดินต่อไปได้บนถนนสายตัวอักษรนี้ครับ
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY