ชิงซานปฏิเสธการแต่งงานกับหญิงสาวที่บิดาหาให้ และโกรธมากเมื่อรู้ว่าบิดาจะแต่งงานกับเธอ แต่เขากลับพิศวาสในตัวเธอตั้งแต่แรกเห็น ความโกรธทำให้เขาครอบครองเธอ และไม่สามารถหยุดเสนห่าในตัวเธอได้
ชิงซานปฏิเสธการแต่งงานกับหญิงสาวที่บิดาหาให้ และโกรธมากเมื่อรู้ว่าบิดาจะแต่งงานกับเธอ แต่เขากลับพิศวาสในตัวเธอตั้งแต่แรกเห็น ความโกรธทำให้เขาครอบครองเธอ และไม่สามารถหยุดเสนห่าในตัวเธอได้
ในพื้นที่กว้างหลายร้อยตารางวาเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์สี่หลังที่สร้างด้วยอิฐสีแดงฉาบปูนทาสีขาวรูปทรงเหมือนกันปลูกเป็นตึกสามชั้นในพื้นที่กว้างขวางท่ามกลางสนามหญ้าเขียวขจีมีน้ำพุขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางเชื่อมต่อถึงบ้านลูกชายลูกสาวกันด้วยแผ่นหินอ่อนสีขาวสะอาดตาโดยมีบ้านบิดาอยู่ด้านในสุด
ลูกชายคนสุดท้องยังอยู่บ้านเดียวกับบิดามารดาเพราะยังไม่ได้แต่งงานมีครอบครัวเหมือนพี่สาวพี่ชายทั้งสามคน แต่บิดามารดาบอกความตั้งใจแก่ลูกทุกคนแล้วว่าจะยกบ้านหลังนี้ให้ลูกชายคนเล็ก เมื่อมารดาถึงแก่กรรมเขาจึงอยู่บ้านกับบิดาเพียงสองคน
ชิงซานเป็นลูกชายคนเล็กที่เติบโตมาจากความรักตามใจของมารดามากกว่าลูกคนอื่น เขาจึงเป็นลูกคนเดียวที่ไม่เป็นโล้เป็นพายในสายตาของบิดา เพราะเรียนจบมาก็ยังไม่ยอมเข้าทำงานในบริษัทเหมือนพี่สาวพี่ชายและใช้ชีวิตอิสระสนุกกับการกินเที่ยวแบบที่ทุกคนในครอบครัวเห็นว่า...ไร้สาระ...แต่หลังจากวันเกิดอายุครบยี่สิบห้าบิดาก็ยื่นคำขาด
“ป๊าให้เวลาแกหนึ่งเดือน เลิกยุ่งเกี่ยวกับจื่อรั่ว อย่างเด็ดขาด และแต่งงานกับผู้หญิงที่ป๊าเลือกให้”
คำพูดของบิดากระชากแรงโกรธจากชิงซานออกมาเป็นคำปฏิเสธไม่มีเยื่อใย เขาถือความอิสระเป็นใหญ่และไม่ต้องการให้บิดามาบงการชีวิตทุกอย่าง เขาอาจจะยอมบิดาเรื่องงานของบริษัทที่เขาต้องเรียนรู้เพื่อสืบต่อธุรกิจเหมือนกับพี่สาวพี่ชาย แต่เขาจะไม่ยอมเรื่องการคลุมถุงชนหรือการแต่งงานโดยบิดาจัดหาให้เหมือนอย่างพี่ทุกคน
“ผมโตแล้วนะป๊า ไม่ใช่เด็กที่ป๊าต้องมาตัดสินใจแทนทุกอย่าง และถ้าจะมีเมีย ผมจะเลือกเมียของผมเอง” เขามองสบตาบิดาอย่างท้าทาย
“ใช่ แกโตแล้ว ปีนี้ก็อายุยี่สิบห้าปีเต็ม ป๊าจึงเห็นว่าแกควรมีครอบครัวได้แล้ว ถึงจื่อรั่วจะไม่ใช่ผู้หญิงเลวร้ายอะไร แต่ผู้หญิงอย่างจื่อรั่วไม่เหมาะสมกับแกหรอก เชื่อป๊าเถอะ" ห่าวซินนิ่วหน้าใส่ลูกชาย เมื่อคิดว่าเขาจะจริงจังกับเพื่อนสาวคนปัจจุบัน
“จะเหมาะสมหรือไม่ผมจะเป็นคนตัดสินใจเองครับ" ชิงซานไม่ยอม
“ผู้หญิงที่แกคบหาเป็นคู่รัก ไม่มีใครมีประวัติเหมาะสมที่จะเป็นสะใภ้สกุลฟ่านของเราสักคน ล่าสุดนี่ก็เป็นแม่ม่ายเลิกกับผัวและเป็นแค่พนักงานระดับล่างของบริษัทขายมือถือของฝรั่งเท่านั้น" ห่าวซินติดตามเช็กประวัติหญิงสาวที่ลูกชายคนเล็กคบหามาทุกคน และพบว่าถ้าไม่เป็นม่ายก็เป็นผู้หญิงรักอิสระมีสัมพันธ์รักกับผู้ชายโดยไม่ผ่านการแต่งงานมาแล้วทั้งสิ้น
“จะสำคัญอะไรล่ะป๊า ยุคสมัยนี้เขาเลิกสนใจเรื่องฐานะสูงต่ำหรือเลิกใส่ใจเรื่องความบริสุทธิ์ผุดผ่องของผู้หญิงกันแล้ว และผมก็ไม่ถือสาเรื่องนี้ด้วย” ชิงซานบอกบิดาน้ำเสียงหนักแน่น อยากให้บิดาเลิกใส่ใจเรื่องนี้เสียที
“แต่ป๊าถือสา แกต้องได้ผู้หญิงดีๆมาเป็นแม่ของลูก และป๊าก็หาคนเหมาะสมไว้ให้แกแล้ว แกจำลูกสาวอาซีฮันญาติห่างๆของหม่าม๊าแกได้ไหม ป๊าว่าเหมาะสมกับแกมากที่สุดเลยละ”
“ไม่เอาหรอก ผมไม่ชอบสาวไซต์ไหกิมจิอย่างเด็กคนนั้น โตขึ้นน้ำหนักคงเพิ่มขึ้นอีกเยอะ” ชิงซานนึกเห็นภาพเด็กสาวที่เคยเจอเมื่อสามปีก่อน หล่อนมีรูปร่างอวบอ้วนเหมือนไหกระเทียมต่อขา
“ผู้หญิงอ้วนหรือผอมจะสำคัญอะไร เธอเรียนจบปริญญาตรี เฉลียวฉลาด มีน้ำใจ เรียบร้อยอ่อนหวาน ขยันขันแข็ง และทำงานเก่ง ป๊าว่าดีก็ต้องดีสิ แกอย่าเพิ่งปฏิเสธเลย" ห่าวซินบรรยายคุณสมบัติดีงามของหญิงสาวสวยที่เลือกให้ลูกชายด้วยน้ำเสียงชื่นชม
“จะดีจะเก่งแค่ไหน แต่อ้วนเป็นโอ่งเป็นไหกิมจิไม่ใช่สเป็กผมหรอกนะ”ชิงซานอดยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงเด็กสาวตัวอวบอ้วนคนนั้น
“ป๊าเชื่อว่าได้เจอฮุยยินคราวนี้แกจะไม่ปฏิเสธแน่ ที่สำคัญป๊ากับหม่าม๊าทาบทามไว้ให้แกนานแล้ว" ห่าวซินไม่ได้บอกรายละเอียดกับลูกชายคนเล็กถึงเหตุผลที่เขากับภรรยาและมารดาของฮุยยินเคยตกลงกันว่าจะให้ลูกชายบุตรสาวสองครอบครัวแต่งงานกัน และฮุยยินกับชิงซานก็เป็นคู่ที่อยู่ในช่วงวัยเหมาะสมกัน
“โห...นี่มันยุค 2022 นะป๊า หมดยุคสมัยจับคู่ให้ลูกหลานกันแล้ว ผมไม่รับรู้เรื่องของป๊ากับหม่าม๊าด้วยนะ และตอนนี้ผมก็ยังมีจื่อรั่วเป็นคู่รักอยู่ ป๊าไม่ต้องมาเร่งรัดผมหรอก" ชิงซานทำหน้าเบื่อหน่าย
“อุวะ...อายุยี่สิบห้าปีแล้ว แกจะรออะไร เดี๋ยวก็มีลูกไม่ทันใช้หรอก แต่งเร็วก็มีลูกเร็วทันใช้แกไม่ชอบหรือ” ห่าวซินถามลูกชาย
“ผมยังไม่อยากมีลูก ถ้าหล่อนดีนักหนาป๊าก็แต่งกับหล่อนเสียเองสิ หม่าม๊าก็ตายไปสองสามปีแล้ว คงไม่มีใครว่าหรอก” ชิงซานประชดบิดาโดยไม่รู้ว่า...คำประชดของเขาจะทำให้เขาต้องเจ็บปวดภายหลัง...
“ไอ้บ้า...ป๊าขอเธอมาเป็นเมียแกไม่ใช่เมียป๊า ที่หามาให้เพราะเห็นว่าแกยังไม่มีใคร ป๊ารู้ว่าแกไม่ได้จริงจังกับจื่อรั่ว และแกก็ถึงวัยควรแต่งงานมีลูกได้แล้ว” ห่าวซิน พยายามชี้ให้เห็นถึงความจริงว่าชิงซานถึงวัยสร้างครอบครัวได้แล้ว แต่ลูกชายกลับมองไม่เห็นความหวังดีที่เขาเข้ามาจัดการเรื่องคู่ครองให้
“สมัยนี้เขาไม่รีบร้อนกันแล้วป๊า”
“แกไม่รีบแล้วผู้หญิงที่แกควงอยู่ล่ะ แกไม่รักก็ควรปล่อยหล่อนไปเจอผู้ชายที่รักหล่อนไม่ดีกว่าหรือ" ห่าวซินจ้องหน้าลูกชาย
“จื่อรั่วอยู่กับผมอย่างเต็มใจ ผมไม่เคยรั้งเธอไว้ เธออยากอยู่กับผมเอง” ชิงซานแก้ตัว
“เพราะแกไม่ได้บอกหล่อนว่าแกไม่คิดจะแต่งงานกับหล่อน ปล่อยหล่อนไปซะ ป๊าจะให้ทนายจัดการเรื่อง ค่าเสียเวลาของหล่อนเอง”ห่าวซินต้องการให้จื่อรั่วออกไปจากชีวิตลูกชายอย่างถาวร
“อย่านะป๊า ผมขอเวลาอีกสักพัก ถ้าพร้อมเมื่อไรผมบอกป๊าเอง” ชิงซานต้องการเวลาใช้ความหนุ่มอย่างอิสระอีกสักสองสามปี
“ขืนรอแกป๊าตายก่อนแน่" ห่าวซินว่า
“ป๊าเพิ่งหกสิบแปดเองนะ จะรีบตายทำไม”ชิงซานขบขันความคิดของบิดา
“อุวะ...ใครจะรู้วันตายได้ล่ะ”
“ป๊าแข็งแรงไม่ตายง่ายๆหรอก”
“แกจะไม่ให้ฉันได้เห็นหน้าลูกแกสักคนเลยหรือ”
“หลานป๊าก็มีตั้งสี่ห้าคนแล้วนะ”
“แล้วมันใช่ลูกแกหรือเปล่าล่ะ”
“โอ๊ยป๊า จะอยากเห็นลูกผมทำไม เมียผมยังหาไม่ได้เลย ถ้าจะรอก็อีกสองสามปีแหละป๊า”
“เออ...แล้วอย่ามาเสียดายทีหลังนะ”ห่าวซินถอนใจเฮือกกับความดื้อรั้นของลูกชายคนเล็ก
ห่าวซินกลัดกลุ้มใจที่ลูกชายคนเล็กปฏิเสธขันแข็งที่จะรับเจ้าสาวที่เขาเลือกให้แต่งงาน ห่าวซินคิดว่าเขาต้องทำอะไรสักอย่างให้ลูกชายคนเล็กได้รับบทเรียนบ้าง และคิดวางแผนอยู่ในใจว่าเขาจะพาฮุยยินมาเจอชิงซานในรูปแบบที่ลูกชายคาดไม่ถึง เจ้าลูกชายผู้ดื้อรั้นสมควรได้รับบทลงโทษจากเขาเสียบ้าง
การปลอมตัวเป็นญาติผู้พี่ ทำให้เธอต้องตกกระไดพลอยโจน รับงานกับเงื่อนไขพิเศษที่ไม่รู้มาก่อน ความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากเร่งด่วน เธอจึงไม่ปฏิเสธและขอเพิ่ม จากความสาวบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ความเผอเรอทำให้เธอตั้งครรภ์ ที่มารู้ภายหลังการถูกจ้างออกจากงาน โดยหญิงสาวที่แต่งงานเป็นภรรยาเขา เธอตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง แต่เขากลับตามมาจะพาเธอกลับไป เธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนมีภรรยาแล้ว จึงขู่จะฟ้องร้องโดยไม่รู้ว่าเขาเป็นอิสระ จากพันธะการแต่งงานครั้งนั้นแล้ว
เธอเดินทางกลับจากเยี่ยมน้องชายกระทันหันจากการถูกเรียกตัวมาเข้าร่วมสัมมนาที่วิชาการพิเศษจากต่างประเทศมาให้ความรู้ แต่เข้านอนยังไม่ทันหลับดีก็มีวัตถุหนักอืึ้งล้มทับลงกลางตัว และจากที่นอนปิดไฟมืดเธอต้องตกใจสุดขีดเมื่อรู้ว่ามีผู้บุกรุกและคว้าปืนขึ้นมาป้องกันตัว แต่กลายกลับว่า...บุรุษผู้นั้นเป็นแขกพิเศษของโรงแรม...และจากวันนี้ชีวิตเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง **************************************** เขาคือผู้บุกรุก ที่เธอคิดว่าเป็นโจรย่ามใจเข้ามาปล้นสวาท เธอคือสาวงาม ที่เขาคิดว่าเป็นของแถมเข้ามานอนรออยู่ในห้อง เขาคือจอมโอหัง ที่บังอาจกอดจูบเธอโดยไม่ไถ่ถามความสมัครใจ เธอคือสาวสวย ที่สามารถปลุกความรู้สึกด้านชาของหัวใจให้เต้นระทึก เขาวางแผน พาเธอมายังบ้านเมืองเพื่อพิสูจน์รักแท้ในหัวใจ เธอถูกลักพาตัว เพื่อฆ่าทิ้งกลางทะเลทราย มาลุ้นกันว่า...เจ้าชายคริสตินกับมินทราภา จะผ่านพ้นภัยร้ายน่าระทึกใจได้ครองรักกันหรือไม่... **************************
เขาจำยอมจดทะเบียนกับเด็กกะโปโลตามใจบิดาที่กำลังจะสิ้นลม และทิ้งร้างจากเธอไปนานนับปี แต่เมื่อกลับมาเจอเธออีกครั้ง เขาถึงรู้ว่า...เธอสวยและน่าพิศวาสนักหนา...แต่ที่คิดว่าจะได้เธอมาครอบครองเธอตามสิทธิ์สามีถูกต้องตามกฎหมายกลับมีเรื่องเข้าใจผิดคิดว่าเธอทำให้มารดาเขาตายก่อนเวลาอันควร ฯลฯ นิยายรักแนวโรมานซ์(18+)อีกเรื่องหนึ่งที่ขอแนะนำให้เพื่อนมาอ่านด้วยกัน
เขาไม่สนใจว่าที่คู่หมั้นที่หนีตามหนุ่มต่างชาติไปก่อนวันหมั้นหมายเพียงวันเดียว แต่พอมาเจอสาวสวยเชื้อสายไทยที่มีหน้าตาละม้ายเหมือนว่าที่คู่หมั้น เขาพึงพอใจในตัวเธอและสืบประวัติจนรู้ว่า...เธอเป็นน้องสาวคู่แฝดของว่าที่คู่หมั้น...และลักพาตัวมาไว้ในพระตำหนักสวนกุหลาบของพระมารดาที่ไม่เคยมีหญิงสาวคนใดได้เยี่ยมกรายเข้ามาและครอบครองเธอด้วยความรักพิศวาส แต่เกิดปัญหาเมื่อบิดามารดาของเธอมาตามบุตรสาวและพี่สาวคู่แฝดมาอดีตว่าที่คู่หมั้นปรากฏตัวก่อนวันอภิเษกสมรส
นิยายแนวทะเลทรายเรื่องนี้ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เชิญชวนให้อ่าน เพราะเป็นนิยายที่มีหลากหลายอารมณ์ในเรื่องเดียวกัน นักเขียนได้พาผู้อ่านไปสัมผัสกับชีวิตนางเอกที่ต้องเผชิญภัยจากผู้ปองร้ายโดยมีพระสวามีคอยปกป้องด้วยความรักห่วงใยต่างจากนิยายแนวทะเลทรายอื่นๆที่ให้ความสุขใจกับผู้อ่านอีกรูปแบบหนึ่ง *****...มกุฎราชกุมารีพระธิดาสุลต่านองค์ประมุขแห่งสหราชอาณาจักรต้องเข้าพิธีอภิเษกโดยไม่รู้ตัวและเดินทางสู่พระราชวังของพระสวามีเพื่อลี้ภัยจากผู้ปองร้าย แต่กลับต้องมาเจอศึกรักจากความริษยาของเหล่านางห้ามในพระราชวังและแผนร้ายของพระญาติฝ่ายพระสวามีกับผู้ปองร้ายหมายชิงบัลลังก์ร่วมมือกันวางแผนปลิดชีวิต...ชีวิตรักของพระ-นางคู่นี้จะเป็นอย่างไรไปติดตามด้วยกัน ...**** **********************
นิยายแนว...ทะเลทรายสวีต...ที่ยิ่งอ่านยิ่งสนุกของนักเขียนเล่มนี้ ได้พานางเอกไปผจญภัยร้ายท่ามกลางทะเลทรายร้อนระอุจากโจรทะเลทรายตัวปลอมและโจรทะเลทรายตัวจริงที่กักขฬะด้วยการเอาคืนของพระเอกที่ถูกนางเอกใส่ร้ายให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและทำให้รู้ความจริงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำด้วยความเข้าใจผิด แต่การเดินทางที่ใกล้ชิดทำให้ความรู้สึกของทั้งสองเปลี่ยนจากคู่กัดเป็นคู่ที่ถูกตาต้องใจกัน เกล็ดทรายอันร้อนระอุจากแสงแดดแผดเผาจึงกลายเป็นเกล็ดน้ำตาล ...***...“นายก็พูดได้สิ ลองมาเป็นฉันดูบ้าง จะได้รู้ว่าต้องกระตือรือร้นไปทำไม" เธอย้อนอย่างโมโห “เลิกอยากรู้อยากเห็นเสียที แล้วฟังฉัน ระหว่างพักอยู่ที่นี่ทุกคนต้องมีหน้าที่ หล่อนก็ต้องทำงานเหมือนกัน" เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติที่เธอไม่ค่อยจะได้ยินนัก “นี่นายโจร ฉันไม่ใช่ลูกน้องหรือคนรับใช้ของนายนะ นายเป็นคนจับตัวฉันมา ก็ต้องเลี้ยงดูให้ฉันอยู่สุขสบาย จะมาใช้งานกินแรงกันไม่ได้นะ" เธอโวยลั่น “ฉันไม่สน ถ้าไม่ทำก็ไม่ต้องกิน อาหารมีไว้ให้คนที่ต้องออกแรงทำงานเท่านั้น" เขาข่มขวัญ คงคิดว่าเธอกลัวอดตายแล้วจะยอมทำตามทุกอย่างละสิ...ฝันไปเถอะ...เธอเชิดหน้าใส่ “แต่ไม่ใช่ฉัน ดูปากฉันนะ..." เธอชี้ที่ปากตัวเองอย่างที่น้องณัชชาลูกสาวพี่บ๊อบชอบทำ “ฉัน...ไม่...ทำงาน...อะไร...ทั้งนั้น..." เธอเน้นทุกถ้อยคำให้เขาฟังก่อนจะหันหลังเดินจากมาพร้อมไฟโกรธลุกท่วมตัว ...ตาบ๊องเอ๊ย...จิตสำนึกเข่นเขี้ยวเหมือนอยากจะเคี้ยวเขาให้แหลกคาปาก เธอไม่ได้เป็นฝ่ายร้องตามเขามาถึงจะต้องยอมทำทุกอย่างที่เขา...สั่ง...สั่ง...สั่ง... โดยเฉพาะการทำงานแลกข้าวน้ำประทังชีวิต...เขาสิต้องรับผิดชอบหาข้าวหาปลามาเลี้ยงดูให้อิ่มหนำสำราญ หากเขาต้องการใช้ประโยชน์จาก ตัวเธอ... “งานแรก..." เขาพูดต่ออย่างไม่สนใจ “หล่อนต้องซักเสื้อผ้าให้ฉัน งานอย่างที่สอง-ต้องทำความสะอาดกระโจมที่เราพักด้วยกันทุกเช้ากลางวันเย็น เก็บที่นอน ปูที่นอน กวาดพื้น ถูพื้น และปัดฝุ่นทำความสะอาดตากเครื่องนอนทุกชิ้นทุกวัน อย่างที่ สาม-ต้องนำอาหารมาเสิร์ฟให้ฉันทุกมื้อ เสร็จงานแล้วหล่อนจึงจะได้อาหารกิน ถ้าไม่ทำก็ไม่ได้กิน เข้าใจไหม” มิลินยืนอ้าปากค้าง อยากจะกรี๊ดให้ลั่น เขามันจอมบงการสิ้นดี แล้วถือดีอย่างไรมาใช้งานเธอเยี่ยงนางทาสีประจำตัวแบบนี้ เธอยืนกำหมัดแน่น อยากจะแล่นเข้าข่วนหน้ารกเคราของเขาให้สาสมกับความโกรธที่ถูกโยนตำแหน่งทาสรับใช้ใส่แล้วเดินหนีไปซึ่งๆหน้า ...ตาบ้า...ตาบ๊อง...ตาบื้อ...ตา...ขี้เก๊ก...เธอก่นว่าเป็นชุด สุดจะทนพฤติการณ์แบบเจ้าใหญ่นายโต...สั่ง...สั่ง...สั่ง...โดยไม่ฟังเสียงใคร คิดว่าตัวเองเป็นใหญ่มาจากไหนกัน...ฮึ...***... **************************************************** นิยายเรื่องนี้เป็นความคิดสร้างสรรค์ของนักเขียนอย่างแท้จริง สงวนลิขสิทธิ์โดย : ศิรารัย-ศิรารัยนิยายรัก ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์คอมพิวเตอร์และสิ่งพิมพ์ ห้ามลอกเลียนทุกส่วนของหนังสือเล่มนี้ ห้ามเผยแพร่-จำหน่าย-ดัดแปลง-ทำซ้ำ-จัดพิมพ์ หรือห้ามกระทำการใดๆทุกประการกับนิยายเรื่องนี้ ก่อนได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียน **************************************************
หลังจากที่แต่งงานเข้ามาในตระกูลมู่ หลินซีได้ทำหน้าที่เป็นคุณนายมู่ที่ยอมอดทนกับทุกอย่างโดยไม่ปริปากเป็นเวลาสามปี เธอรักมู่จิ่วเซียว จึงยอมอดทนดูแลเขาอย่างเต็มใจ แม้ว่าเขาจะมีคนอื่นอยู่ข้างนอกก็ตามแต่เขากลับไม่เคยเห็นค่าของเธอ เหยียบย่ำความรักของเธอให้แหลกสลาย และถึงขั้นปล่อยให้น้องสาวของเขามอมเหล้าเธอแล้วส่งไปยังเตียงของลูกค้า หลินซีนั้นถึงเพิ่งจะตาสว่างเมื่อรู้ว่าความรักที่มีมานานนั้นช่างน่าขันและน่าเศร้าในใจของเขา เธอไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เข้ามาเกาะเขา เธอจึงทิ้งข้อตกลงการหย่าไว้แล้วจากไปโดยไม่ลังเล มู่จิ่วเซียวมองดูเธอประสบความสำเร็จ กลายเป็นดวงดาวที่ส่องแสงในสายตาของผู้คนเมื่อได้เจอกันอีกครั้ง เธอเต็มไปด้วยความมั่นใจและสงบเสงี่ยม โดยมีผู้ชายที่มีฐานะสูงส่งอยู่เคียงข้าง มู่จิ่วเซียวมองดูใบหน้าของคู่แข่งหัวใจที่ดูคล้ายกับของเขามาก จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าในสายตาเธอ เขาเป็นเพียงตัวแทนของคนอื่นในมุมแห่งหนึ่ง เขาขวางทางเธอไว้ “หลินซี คุณเล่นตลกกับผมใช่ไหม”
ทุกคนรู้ดีว่า บุตรีคนโตที่ไม่เป็นที่โปรดปรานในจวนโหวอันติ้งแห่งเมืองหลวง ทำให้แม่แท้ๆ ของตนต้องเสียชีวิต เป็นคนที่ถูกมองว่าเป็นตัวโชคร้าย ก่อนแต่งงานก็ทำให้แม่เลี้ยงฝันร้ายอยู่หลายวัน ออกเดินทางไปทำบุญนอกเมืองก็ถูกโจรจับตัวไป แต่ใครจะคิดว่าโชคร้ายกลับกลายเป็นโชคดี นางเปลี่ยนนิสัยไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ยอมให้ใครมารังแกอีกต่อไปที่แท้ซูชิงซวู่ ผู้สุดยอดสายลับที่ทะลุมิติมาเผชิญกับพ่อที่เย็นชา แม่เลี้ยงที่ชั่วร้าย คู่หมั้นที่นอกใจน้องสาวต่างแม่ แต่ไม่เป็นไร คอยดูว่าเธอจะจัดการพวกชั่วช้า และเอาคืนทุกอย่าง ทว่าทำไมท่านอ๋องผู้นั้นถึงมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลกๆ นั่นล่ะเผ่ยเสวียนจู: บุญคุณที่ช่วยชีวิต ไม่มีสิ่งใดตอบแทนได้ นอกจากเอาตัวไปแลก
【สาวน้อยผู้มีความรักในใจกลายเป็นหญิงสาวที่มีสติปัญญา vs ซีอีโอผู้ตามรักอย่างบ้าคลั่ง】 ในปีที่ห้าของการแต่งงานแบบลับๆ ของเธอ เสิ่นจาวหนิงเห็นสามีของไปเปิดห้องที่โรงแรมกับรักแรกของเขากับตาตนเอง จากนั้นเธอเพิ่งรู้ว่าลี่เยี่ยนซิวแต่งงานกับเธอเพราะเธอดูคล้ายกับรักแรกของเขา เสิ่นจาวหนิงตายใจและหลอกให้ลี่เยี่ยนซิวเซ็นสัญญาหย่า หนึ่งเดือนต่อมา เธอประกาศต่อหน้าผู้คนว่า “ลี่เยี่ยนซิว ฉันไม่ต้องการคุณอีกแล้ว อให้คุณกับรักแรกของคุณจะอยู่ด้วยกันตลอดไป” ลี่เยี่ยนซิวกอดเธอพร้อมน้ำตาคลอเบ้า “เสิ่นจาวหนิง คุณเป็นคนที่เข้ามาหาผมก่อน แล้วตอนนี้คุณจะทิ้งผมง่ายๆ ได้ยังไง?” ****** หลังจากที่เสิ่นจาวหนิงหย่า งานของเธอไปได้ดีขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็เตรียมที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ในงานเลี้ยงฉลอง ลี่เยี่ยนซิวก็เข้าร่วมด้วย เขามองอดีตภรรยาที่จับมือผู้ชายอื่นด้วยความหึงหวงอย่างแรง ขณะที่เสิ่นจาวหนิงเตรียมเปลี่ยนชุด เขาก็ตรงเข้ามาหาเธอในห้องลองเสื้อ “ผู้ชายคนนั้นดีขนาดนั้นเลยเหรอ?” เสิ่นจาวหนิงถึงสังเกตเห็นว่าลี่เยี่ยนซิวร้องไห้แล้ว น้ำตาของเขาตกลงบนกระดูกไหปลาร้าของเธอและมันรู้สึกร้อนๆ “เสิ่นจาวหนิง ผมเสียใจแล้ว เราคืนดีกันได้ไหม?”
ซ่งจิ่งถังรักฮั่วอวิ๋นเซินอย่างลึกซึ้งนานถึงสิบห้าปี แต่ในวันที่เธอคลอดลูกกลับตกอยู่ในอาการโคม่า ขณะที่ฮั่วอวิ๋นเซินกระซิบข้างหูเธออย่างอ่อนโยนว่า "ถังถัง อย่าฟื้นขึ้นมาอีกเลย สำหรับฉัน เธอไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว" ซ่งจิ่งถังเคยคิดว่าสามีของเธอเป็นคนอ่อนโยนและรักใคร่ตัวเอง แต่จริงๆ แล้วเขามีแต่ความเกลียดชังและใช้ประโยชน์จากเธอเท่านั้น และลูกๆ ที่เธอเสี่ยงชีวิตให้กำเนิด กลับเรียกหญิงสาวคนอื่นว่า 'แม่' ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนต่อหน้าที่เตียงคนไข้ของเธอ เมื่อซ่งจิ่งถังฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอทำคือการตัดสินใจหย่าขาดอย่างเด็ดขาด! แต่หลังจากหย่าแล้ว ฮั่วอวิ๋นเซินจึงเริ่มตระหนักว่า ชีวิตที่ผ่านมาของเขาเต็มไปด้วยเงาของซ่งจิ่งถัง หญิงคนนี้กลายเป็นความเคยชินของเขา เมื่อพบกันอีกครั้ง ซ่งจิ่งถังปรากฏตัวในที่ประชุมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เธอเปล่งประกายจนทุกคนต้องหันมามอง หญิงคนนี้ที่เคยมีแต่เขาในใจ บัดนี้กลับไม่แม้แต่จะมองเขาอีก ฮั่วอวิ๋นเซินคิดว่าเธอแค่ยังโกรธอยู่ ถ้าเขาเอ่ยปากพูดนิดหน่อย ซ่งจิ่งถังจะต้องกลับไปหาเขาแน่นอน เพราะเธอรักเขาหมดหัวใจ แต่ต่อมา ในงานหมั้นของผู้นำคนใหม่ของตระกูลเพ่ย เขาเห็นซ่งจิ่งถังสวมชุดแต่งงานหรูหรา ยิ้มอย่างเปี่ยมสุขและกอดแน่นเพ่ยตู้พร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ ฮั่วอวิ๋นเซินอิจฉาจนแทบคลั่ง เขาตาแดงก่ำและบีบแก้วจนแตก เลือดไหลไม่หยุด...
ในชาติก่อน ซูเยว่ซีถูกอวิ๋นถังยวี่ทำร้ายจนตาย ทำผิดต่อครอบครัวของท่านตา และตัวเองยังถูกทรมานจนตาย เกิดใหม่ครั้งนี้ นางตั้งใจจะจัดการกับพวกผู้ชายชั่วและหญิงเลวจัดการพ่อชั่ว เพื่อปกป้องแม่และครอบครัวของท่านตาให้ปลอดภัย พวกผู้ชายชั่วเข้ามาใกล้งั้นเหรอ นางจะใช้แผนให้เขาเสียชื่อเสียง หญิงตีสองหน้าเก่งชอบทำตัวอ่อนแองั้นเหรอ นางจะเปิดโปงธาตุแท้อีกฝ่ายและไล่นางออกจากจวนซู! ในชาตินี้ สิ่งที่นางต้องทำคือการจัดการพวกปลวกที่แอบแฝงอยู่ในราชสำนัก แก้แค้นคนทรยศ เพื่อปกป้องท่านตาที่เป็นคนซื่อสัตย์ นางใช้มือเรียวเป็นเครื่องมือ ก่อให้เมืองจิงเกิดความวุ่นวาย แต่ท่ามกลางความโกลาหล นางได้พบกับองค์ชาย ผู้ที่ทุกคนเล่าลือว่าเป็นคนพิการ “อวิ๋นเฮิง เจ้าจะมาขวางข้าหรือ” อวิ๋นเฮิงยิ้มเบาๆ “ไม่ ข้าตั้งใจจะมาช่วยเจ้า”
เมื่อผู้หญิงที่เพื่อนๆ ตั้งสมญานามว่าแม่ชีอย่างเธอจับพลัดจับผลูต้องมาเจอกับผู้ชายหน้านิ่งที่เอะอะกอด เอะอะจูบอย่างเขา อา…แล้วพ่อคุณก็ดันเป็นโรคนอนไม่หลับ จะต้องนอนกอดเธอเท่านั้นด้วย แบบนี้เธอจะเอาตัวรอดได้ยังไงล่ะ “ชอบอาหารเหนือไหม” “ชอบมากเลยคุณ ให้กินทุกวันยังได้เลย” “มากพอจะอยู่ที่นี่ไหม” “แค่กๆๆ” …………… …………………………………………………………………………………………………………………………. “คุณ! เอากระบอกไฟฉายออกไปวางที่อื่นก่อนได้ไหม มันดันหลังฉัน ฉันนอนไม่หลับ” คนที่ใกล้จะหลับบอกเสียงอู้อี้ “เอ้อ! ไม่มีนี่” เขาบอกเสียงอึกอัก “มันจะไม่มีได้ไง ก็มันดันหลังฉันอยู่เนี่ย” เธอมั่นใจว่ามีแน่ๆ ก็หลักฐานมันทนโท่ขนาดนี้ “อืม! นอนเถอะ ไม่มีหรอก” “จะไม่มีได้ไง ก็นี่ไง” คุณเธอยืนยันด้วยการคว้าหมับเข้าให้ พร้อมหันกลับมา หวังงัดหลักฐานที่อยู่ในมือมาพิสูจน์ให้ได้เห็นกันจะๆ คาตา แต่… ตึก ตึก ตึก อา…! ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่คาตา แต่ยังคามือเธอด้วย เธออ้าปากตาค้างราวกับกำลังตกตะลึงสุดขีด ก่อนจะก้มมองไอ้ที่คิดว่าเป็นกระบอกไฟฉายในมือสลับกับเงยหน้ามองเขา จากนั้นก็… “กรี๊ด…!” เธอร้องลั่นพร้อมกับยื่นเท้าถีบออกไปสุดแรง ตุบ! คนไม่ทันตั้งตัวร่วงตุ้บลงไปบนพื้น ครั้นพอจะลุกขึ้น คุณเธอก็ตะโกนเสียงดังลั่นขึ้นมาอีก “หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะไอ้คนลามก คนเลว คุณมันทุเรศที่สุด คุณให้ฉันจับไอ้นั่นของคุณ มัน…อี๋…! เธอพูดพลางทำท่าขยะแขยง แล้วมาส่องกระบอกไฟฉายพ่อเลี้ยงพร้อมกันนะคะ
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY