ดาวน์โหลดแอป ฮิต

วรนิษฐา / Miss sexy

หนังสือที่ตีพิมพ์ 18 เล่ม

หนังสือและนิยายทั้งหมดของวรนิษฐา / Miss sexy

 สวาทรักนายหัวภูตะวัน (ซีรีส์เมียข้าใครอย่าแตะ)

สวาทรักนายหัวภูตะวัน (ซีรีส์เมียข้าใครอย่าแตะ)

5.0

ภูตะวัน นายหัวแห่งอาณาจักรยางพาราทางปักษ์ใต้ที่จู่ๆ ก็ถูกมารดาเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเกย์ ถึงขนาดไหว้วานลูกน้องของชายหนุ่มให้ตามสืบข่าวแต่ก็ถูกจับได้เสมอๆ เมื่อคนใกล้ตัวถูกจับได้จึงต้องส่งคนไกลตัวเข้าไปทำหน้าที่แทน นั่นจึงทำให้ภูตะวันได้พบกับสาวน้อยที่ชื่อว่านับพันดาว หญิงสาวตัวเล็กผมประบ่าแววตาซุกซนและอยากรู้อยากเห็น ที่จู่ๆ ก็ทำให้หัวใจของนายหัวหนุ่มเต้นด้วยจังหวะแปลกๆ เธอมาเพื่อจับผิดเขา แต่ไปๆ มาๆ กลับเป็นมีใจให้กันอย่างไม่รู้ตัว เพราะมีใจจึงปกป้องได้แม้กระทั่งชีวิต "จูบของนับพอจะทำให้พี่ลืมจูบคุณไมค์ได้ไหมคะ" น้ำเสียงกระเส่าเอ่ยถาม "เหมือนจะยังไม่ได้" คนเจ้าเล่ห์ยิ้มตอบแล้วจูบปากอิ่มอย่างดุดันอีกครั้ง เรียวลิ้นของทั้งคู่ตะหวัดหยอกเย้าสลับดูดเม้มอย่างเป็นจังหวะ ทุกอย่างเกิดขึ้นเนิ่นนานก่อนที่ภูตะวันจะถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง ทั้งคู่สบตากันและกันและนั่นก็คือคำตอบโดยไม่จำเป็นต้องเอ่ยอะไร "นับดีใจจังที่ได้รักพี่" นับพันดาวเอ่ยรับพร้อมกับซุกตัวเข้าหาภูตะวันมากขึ้น ชายหนุ่มปัดปอยผมที่ชื้นด้วยเหงื่อออกจากหน้าผากเธอแล้วจุมพิตหนักๆ อย่างเอาใจ แต่ดูเหมือนเขาจะไม่หยุดแค่นั้น "อย่ารุ่มร่ามนะคะ พอแล้ว" นับพันดาวตีมือที่เริ่มซุกซนของภูตะวันเบาๆ นอกจากบ้ากามแล้วเขายังบ้าพลังอีกด้วย เธอยังไม่ทันหายเหนื่อยเขาก็จะเริ่มใหม่อีกแล้ว "ยังไม่พอ" เขาว่าอย่างติดตลกพลอยทำให้คนฟังค้อน เขาสูบพลังไปจากเธอจนหมดยังจะบอกว่าไม่พออีกหรือไง สำหรับภูตะวันแล้วเซ็กซ์แต่ล่ะวันแต่ล่ะคืนไม่เคยมีคำว่าครั้งเดียว "คนบ้ากาม" คำพูดของนับพันดาวทำให้คนฟังหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ "มีเมียน่ารักแบบนี้ใครที่ไหนจะอดใจไหว" เพราะเขินอายทำให้นับพันดาวทุบแผงอกของภูตะวันไปแรงๆ ก่อนที่เขาจะทำให้เธอครางกระเส่าออกมาอีกครั้ง ซึ่งนับพันดาวก็ไม่ได้คัดค้านแต่อย่างใด จูบที่อ่อนหวานกลายเป็นเร่าร้อนดุดันชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร

อ่านเลย
หมัดรักสังเวียนหัวใจ

หมัดรักสังเวียนหัวใจ

5.0

‘ดาร์กช็อกโกแลตที่ว่าขม ยังต้องพ่ายแพ้ให้รสจูบที่แสนหวาน’ ---------------------------------------- “ทำไมให้ผมทานนี่ละครับ” กษิดิศเอ่ยถามอย่างสงสัย ไอริสาจึงอธิบายชนิดไม่ตกหล่น “ช็อกโกแลตมีคุณค่าทางโภชนาการ ทำให้คุณมีแรงและตื่นตัว แถมยังเป็นอาหารต้านโรคซึมเศร้า ช่วยแก้เครียดได้ดีในระดับหนึ่ง” ชายหนุ่มฟังไปก็พยักหน้าหงึกหงักไป เวลาที่ไอริสาพูดถึงเรื่องโภชนาการอาหารแต่ละอย่างหญิงสาวมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก และดูเหมือนมีคำพูดของเธอประโยคหนึ่งที่กษิดิศดูจะสนใจเป็นพิเศษ กษิดิศส่งช็อกโกแลตอีกชิ้นเข้าปาก ความอุ่นภายในโพรงปากทำให้ช็อกโกแลตละลาย ความที่อยากให้ไอริสาชิมด้วยจึงรั้งตัวเธอมาจูบ สัมผัสที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของช็อกโกแลตหอมๆ อบอวลอยู่ภายใต้จูบอันอบอุ่น แม้จะเป็นดาร์กช็อกโกแลตที่มีรสขมแต่ตอนนี้มันกลับเปลี่ยนเป็นหอมหวานละมุนละไม ดวงตากลมโตของไอริสากระพริบไปมาหลายครั้งอย่างตกใจก่อนที่จะค่อยๆ หลับลง เธอสัมผัสจูบนี้ด้วยหัวใจ ชายหนุ่มละเล็มริมฝีปากอิ่มอย่างอ่อนโยน เพื่อถ่ายทอดคำว่ารักให้เธอได้สัมผัสและรับรู้ถึงความรู้สึกเขา ช็อกโกแลตค่อยๆ ละลายไปกับการจูบที่กำลังทวีความร้อนแรงขึ้น มือทั้งสองข้างของชายหนุ่มยกขึ้นสัมผัสใบหน้านวลเนียนของคนในอ้อมกอด ไอริสาล่องลอยอยู่ในที่ไหนสักแห่ง เธอรู้สึกเหมือนกำลังบินได้จริงๆ สมองมึนงงไปหมด แถมยังเผลอจูบกษิดิศกลับไปอย่างคนไม่ประสาเสียด้วย นั่นทำให้กษิดิศแทบคลั่ง จากเพียงแค่จูบก็เริ่มสัมผัสปลุกเร้าอารมณ์ให้ลุกโชน ไอริสาหอบหายใจหนักๆ อยู่ในอ้อมกอดคนที่เธอมอบหัวใจให้ กษิดิศไม่อาจยับยั้งความต้องการได้อีกแล้ว ชายหนุ่มช้อนตัวเธอขึ้นมาอุ้ม ก่อนจะเดินกลับไปยังห้องนอนของเขา วางหญิงสาวลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา

อ่านเลย
Love race โค้งรักอันตราย

Love race โค้งรักอันตราย

5.0

เรื่องราวความรักที่มาพร้อมกับการแข่งขันที่วัดด้วยความเร็ว แผ่นหลังขาวเนียนของ ‘แพรธิมา’ สะดุดสายตาของนักแข่งรถผู้ร้อนแรงอย่าง ‘รณภูมิ’ จนต้องตามหัวใจที่เรียกร้องให้เข้าไปรู้จักจนเกิดเป็นความรัก แต่แล้วแพรธิมากลับกลายมาเป็นคู่แข่งคนสำคัญในสนามความเร็ว ซึ่งจะมีเพียงหนึ่งเดียวที่เท่านั้นสำหรับคำว่าแชมป์++++ “พะ...พอแล้วนะเชน” แพรธิมารวบรวมคำพูดเอ่ยห้ามเขา แค่นี้เธอก็ร้อนไปทั้งตัวแล้ว ล่องลอยไปไกลอย่างลืมตัว แต่ก็กลัวว่าจะมีคนเข้ามาเห็นด้วย แต่รณภูมิกลับไม่ฟังเสียงชายหนุ่มเอนตัวแพรธิมาลงไปนอนกับโซฟา ก่อนจะจูบเธอตั้งแต่เอวคอดขึ้นสูงถึงหน้าอก จับมือทั้งสองข้างที่หญิงสาวพยายามเอามาปิดหน้าอกอวบๆ ให้ออกห่าง ก่อนจะจับเธอนอนคว่ำเพื่อจะจูบแผ่นหลัง“อีกนิดนะครับ” รณภูมิเอ่ยบอกชิดใบหูเล็กๆ ก่อนจะจูบลงไปบนท้ายทอยเธอ จากนั้นก็จูบต่ำลงไปเรื่อยตามกระดูกสันหลังแพรธิมาสะดุ้งรับทุกครั้งที่ชายหนุ่มสัมผัสถูกผิวกาย มันวาบหวิว จั๊กจี้มากจนเธอต้องกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่น มือทั้งสองข้างขย้ำขยี้หมอนอิง พยายามเก็บเสียงร้องของความสุขไว้ถึงที่สุด รณภูมิจูบแผ่นหลังขาวเนียนของแพรธิมาทุกจุดอย่างหลงใหล จูบ ขบเม้ม ต่ำลงไปเรื่อยๆ จนถึงขอบกางเกง อยากสัมผัสต่ำลงไปกว่านี้แต่อดใจไว้ก่อน ชายหนุ่มหยุดการประทำทุกอย่างก่อนจะขึ้นไปนอนกับแพรธิมาบนโซฟารั้งตัวเธอเข้ามากอด ก่อนจะจูบให้เธอหายใจหายคอไม่ออกอีกครั้ง “พอแล้วครับ” ชายหนุ่มถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง ทั้งๆ ที่เขามีความต้องการเธอมากจน ปวดหนึบทรมานไปทุกจุดโดยเฉพาะส่วนกลางลำตัว แต่รณภูมิก็เลือกที่จะหยุดเพียงแค่นี้ แพรธิมานอนหายใจหอบเหนื่อยในอ้อมกอดชายหนุ่ม ประสบการณ์ครั้งนี้มันทำให้เธอแทบบ้า ไม่รู้มาก่อนว่าเขาจะทำให้เธอล่องลอยไปไกลขนาดนี้ได้ ความรู้สึกประหลาดๆ วาบหวิว รู้สึกเสียวท้องน้อยมากอยากบอกให้เขาหยุดแต่ร่างกายกลับยอมให้เขาสัมผัสไม่หยุด++++

อ่านเลย
ฤดูรักสีน้ำผึ่ง

ฤดูรักสีน้ำผึ่ง

5.0

เขา…คือชายที่เธอฝันถึง ฝันว่าได้จูบ ได้กอดและได้ทำอะไรๆ ที่ทำให้เธอสะดุ้งตื่นมาพร้อมความร้อนรุ่ม เขา…นั้นชอบฤดูฝน แต่…เธอ…ไม่ชอบ!! แต่ฝน กลับนำพาความรักฉบับเบลอๆ เข้ามาสู่หัวใจเธอ เปลี่ยนเสียงฟ้าร้องอันน่ากลัว ให้กลายมาเป็นเสียงเต้นรัวของหัวใจ ที่เต็มไปด้วยจังหวะบอกรัก -------------------------------- “คุณรักฉันไหม” แม้จะอายที่ต้องถามประโยคนี้ออกไป แต่แพรรุ้งก็ไม่อาจเก็บซ่อนความสงสัยไว้ได้อีกต่อไป ในเมื่อบุสสธิติ์ทำตัวเหมือนรักเธอมากและบางครั้งเขาก็ช่างเฉยชา หายไปเสียดื้อๆ จนเธอเดาความคิดเขาไม่ออก แต่คำตอบที่เธอได้กลับเป็นเพียงความนิ่งจากชายตรงหน้า ทำให้เธอคิดเองเออเอง พร้อมกับตัดใจจะทำอะไรบางอย่าง “ถึงคุณไม่รักฉัน แต่ฉันกลับรักคุณมากจนถอนตัวไม่ขึ้น” น้ำเสียงสั่นๆ ของแพรรุ้งเอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้บุสสธิติ์แล้วคล้องแขนกับลำคอ พร้อมกับเขย่งปลายเท้าขึ้นไปมอบจูบให้คนที่เธอรัก บุสสธิติ์พยายามแข็งใจไม่จูบเธอกลับมา แต่ก็ไม่อาจทนต่อความหวานจากริมฝีปากอิ่มได้ ทั้งคู่ต่างมอบจูบให้กันและกัน ก่อนที่พวกเขาจะถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง “ได้ยินอะไรไหม” บุสสธิติ์เอ่ยถาม “อะไรคะ” “เสียงของหัวใจผม ที่มันกำลังตะโกนว่ารักหนูดีมากแค่ไหน” “คุณเพชร” อยู่ๆ แพรรุ้งก็ร้องไห้ออกมา ชายหนุ่มจุมพิตเพื่อเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มนวลให้เธอ ก่อนที่จะหยุดตรงริมฝีปากอิ่มแล้วมอบจูบแห่งความรัก ที่ถ่ายทอดมาจากหัวใจให้ ซึ่งแพรรุ้งเองก็จูบตอบบุสสธิติ์กลับไปเช่นกัน ก่อนที่จะได้ยินประโยคบอกรัก -------------------------------- ฝากความโรแมนติก ที่มีกลิ่นอายการสืบสวนเล็กๆ ของ ‘ฤดูรักสีน้ำผึ้ง’ ไว้ด้วยนะคะ หวังว่าทุกคนจะชื่นชอบ

อ่านเลย
กลลวงบ่วงดอกรัก

กลลวงบ่วงดอกรัก

5.0

‘เปลี่ยนทอมให้เป็นเธอ’ เมื่อ ‘ณฉัตร’ สาวมาดทอมบอยที่โครงหน้านั้นหล่อปนหวาน จนผู้ชายบางคนยังต้องชิดซ้าย เธอโด่งดังเป็นพลุแตกหลังรับบททอมในภาพยนตร์แห่งปี และบทบาทนั้นก็ทำให้ทุกคนติดภาพและตัดสินว่าตัวเธอเป็นทอมไม่เว้นแม้แต่ ‘กฤตนัย’ ------------------------------ “เคยมีผู้ชายคนไหน ทำแบบนี้กับเธอไหม” คำถามของกฤตนัย ณฉัตรกำลังคิดหาคำตอบว่าจะตอบอะไรกลับไปดี “ฉันถามว่าเคยไหม” “ไม่เคย” เมื่อถูกจี้เอาคำตอบ ณฉัตรก็ตอบรัวเสียงสั่นทันที “ก็ไม่น่าแปลก เพราะเธอเป็นทอมไม่ใช่เหรอ ต้องมีดี้สาวๆ มาหอม มาจูบสิ ถึงจะถูก ว่าไหม” ขณะถามกฤตนัยก็ก้มมองเรือนร่างของณฉัตร ลึกๆ กลับมีความรู้สึกเสียดายที่เธอเป็นทอม เพราะถ้าเธอเป็นหญิงรูปร่างแบบนี้คงดึงดูดผู้ชายไม่น้อย “มองอะไรไม่ทราบ ฉันเป็นผู้ชายเหมือนคุณ รูปร่างภายนอกก็แค่ของนอกกาย แต่จิตใจฉันแมนไม่แพ้ผู้ชายหรอก” คำพูดของณฉัตรดูวกวนอย่างบอกไม่ถูก พร้อมกับพยายามข่มความอายไว้ เพราะถ้าเธออายกฤตนัยต้องคิดว่าเธอยังเป็นผู้หญิงแน่ จึงแอ๊บแมนเข้าสู้ แต่ก็เหมือนจะไร้ซึ่งประโยชน์ “จะบอกว่านี่คือเปลือกนอกว่างั้น” “ใช่... รู้ไว้ซะว่าฉันนิยมตีฉิ่ง ไม่นิยมผู้ชาย” “เคยลองมีอะไรกับผู้ชายแล้วอย่างนั้นเหรอ ถึงบอกว่าไม่นิยมชมชอบ” แววตายียวน น้ำเสียงกึ่งๆ หยอกล้อเอ่ยถาม กฤตนัยยิ้มเจ้าเล่ห์ อยู่ๆ ความคิดที่อยากเปลี่ยนทอมให้เป็นผู้หญิงก็ผุดขึ้นมาในสมอง เขาจะใช้ทฤษฎีส่วนตัวพิสูจน์ว่าทอมอย่างณฉัตรจะกลับมาเป็นผู้หญิงได้ไหม ถ้าเขามีอะไรกับเธอขึ้นมา

อ่านเลย
มายาประกาศิต

มายาประกาศิต

5.0

“จงเป็นโสดเป็นโสดเถิด...อย่าได้มีลูกมีเมียติดตัวเลย...” น้ำเสียงของเยาวเรศดังขึ้น “อะ...อะไรนะแก สวดใหม่อีกทีซิ” ศรินภัสร์คิดว่าตัวเองหูฝาด ก่อนจะพูดให้เยาวเรศ ท่องบทสวดแผ่เมตตาอีกครั้ง ครั้งที่สองก็ยังได้ยินเหมือนเดิม “จงเป็นโสดเป็นโสดเถิด...อย่าได้มีลูกมีเมียติดตัวเลย... ท่องตามฉันด้วย” เยาวเรศหันมาสั่งเสียงดุ เธอไม่ได้ทำเล่นๆ นะจริงจังมาก “อะ…เออ” ศรินภัสร์ยิ้มแห้งๆ ให้กับบทแผ่เมตตาของเพื่อนสาวดูวันนี้จะจัดการกับอารมณ์ของตัวเองยากเหลือเกิน เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวตกใจสุดขีด นี่ก็อะไรไม่รู้ แต่ถึงจะคิดแบบนั้นศรินภัสร์ก็ยอมท่องตามไปแบบทุกคำไม่มีตกหล่นให้ประโยคเสีย “จงเป็นแมนเป็นแมนเถิด...อย่าได้มีความตุ๊ดกายตุ๊ดใจเลย......จงมีความโสดกายโสดใจ...รักษาตนให้พ้นจากตุ๊ดแตกทุกช่วงวัยด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นเทอญ...” พอแผ่เมตตาจบประโยคเยาวเรศก็ยกมือขึ้นท่วมหัว ศรินภัสร์ออกอาการเหวอๆ แต่ก็ทำตามทุกอย่างเหมือนกัน “บทสวดแผ่เมตตาอะไรของแกยายเนตร พิลึก” ก่อนจะเอ่ยถามเพื่อนสาวว่ามันพิลึก แต่ชักจะรู้ตัวช้าไปเสียหน่อย เพราะเล่นท่องจบบทถึงค่อยมาถาม “พิลึกแต่ได้ผลมาแล้วนะยะ แล้วจะหาว่าไม่บอก” --------------- “พี่ณุ…ไม่เอานะ” ศรินภัสร์พยายามร้องห้าม แต่อโณทัยก็จับใบหน้าหญิงสาวกดไปบนแผงอกของเขา ไม่ให้เธอพูดอะไรได้อีก คนใต้แผงอกได้แต่ร้องประท้วงอู้อี้เท่านั้น “อย่ารุนแรงล่ะ เพราะน้องผมยังไม่เคย” ภาณุพงศ์เอ่ยสองแง่สองง่ามให้น้องสาวได้หน้าแดง จนศรินภัสร์อยากกัดลิ้นตาย ก็ไหนบอกชอบ อีตาเกย์บ้านี้มากทำไมทำกับเธอแบบนี้ได้กัน เขาเป็นเกย์ทำไมพี่ชายเธอถึงได้พูดอะไรน่าเกลียดแบบนี้ออกมา “ครับ..จะถนอมให้ถึงที่สุด” อโณทัยสบตากับภาณุพงศ์แน่วแน่ แค่นี้ความคิดที่ว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นเกย์ก็แทบหายเกลี้ยงเสียแล้ว ที่เหลือก็คงต้องปล่อยให้ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันเอง ว่าอะไรเป็นอะไรแต่ดูท่าทางศรินภัสร์จะไม่ยอมเชื่อง่ายๆ เหมือนกัน เพราะรายนี้ถ้าได้ปักใจเชื่ออะไรแล้วต้องพิสูจน์จนขาวสะอาดนู่นแหละถึงจะยอมเปลี่ยนความคิด “ไม่นะพี่ณุ…อีตานี่เป็นเกย์นะ ตรีไม่ไป” ศรินภัสร์ใช้จังหวะที่อโณทัยลากตัวเองออกจากผับเอ่ยบอกพี่ชาย แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครฟังเสียงเธอเหมือนกัน ชายหนุ่มกึ่งลากกึ่งจูงพาเธอไปที่รถของเขาซึ่งจอดอยู่ด้านหน้า ท่ามกลางสายตาของนักท่องราตรี “แฟนผมกำลังโกรธน่ะครับ ไม่มีอะไร?” อโณทัยพยายามอธิบายสายตาทุกคนที่จ้องมองมา ด้วยคำพูดที่สุภาพมากที่สุด เพราะไม่อยากให้ใครมาสนใจมากไปนัก แต่ถึงไม่พูดคนพวกนั้นก็ได้แต่มองไม่เข้ามายุ่งอยู่แล้วเพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง “ปล่อยนะไอ้บ้า ปล่อยเดี๋ยวนี้” ศรินภัสร์พยายามยื้อตัวเองไว้จนสุดกำลังเหมือนกัน แต่ก็แพ้แรงของอโณทัย “จะไปคุยกับผมดีๆ หรือจะให้ผมพาเข้าม่านรูดแถวนี้ หือ…” คำขู่ของอโณทัยทำให้ศรินภัสร์หยุดกึก ชายหนุ่มจึงยิ้มออกมาเพราะคิดว่าถือไพ่เหนือกว่า

อ่านเลย
หนี้รักซาตาน

หนี้รักซาตาน

5.0

“เก็บคำขอโทษที่ไม่มีค่าของเธอเอาไว้ ฉันไม่ต้องการ” “ขะ...คลื่น จะให้แนนนี่ทำยังไงคลื่นถึงจะยกโทษให้” ธัญญาธรไม่สบายใจที่เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีอนวัฒน์ก็ยังโกรธพ่อเธออยู่ รวมไปทั้งเธอด้วย “เธอได้ชดใช้แน่” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยสีหน้าและแววตาที่น่ากลัว ก่อนจะกระชากธัญญาธรเข้าหา ร่างบางกระแทกกับแผงอกชายหนุ่มอย่างแรง เขาจู่โจมรวดเร็วพร้อมกับขยี้จูบที่ปนด้วยความโกรธ ความคิดถึงให้คนในอ้อมกอด จูบที่เหมือนการลงโทษจนทำให้ธัญญาธรหายใจไม่ออก ความรู้สึกกลัวและตกใจปนกันจนแยกไม่ออก “อื้อ...อื้อ” หญิงสาวพยายามผลักร่างกายที่หนักอึ้งให้ออกห่าง แต่มันกลับไม่เป็นผล ธัญญาธรฝืนตัวเองด้วยการเม้มริมฝีปากเข้าหากันให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ นั่นก็เพื่อไม่ให้อนวัฒน์ส่งลิ้นเข้าไปในโพรงปากหวานได้สำเร็จ มือทั้งสองข้างก็ทุบตีเข้าที่แผ่นหลังเขาหลายต่อหลายครั้ง แต่ชายหนุ่มกลับไม่สะทกสะท้าน ยังคงมอบบทลงโทษให้เธออย่างต่อเนื่อง ในที่สุดอนวัฒน์ก็ชนะ เมื่อเขาสามารถส่งลิ้นอันร้อนชื้นเข้าไปทำหน้าที่สำรวจความหวานในโพรงปากของธัญญาธรที่เขาเคยสัมผัสเมื่อนานมาแล้วได้สำเร็จ ชายหนุ่มค่อยๆ ละเล็มความหวานจากเธอ แม้ว่าครั้งแรกเขาจะรุนแรงเพราะมีความโกรธปนอยู่บ้าง แต่เมื่อส่งลิ้นเข้าสู่โพร่งปากด้วยความดุดันได้สำเร็จก็เปลี่ยนมาเป็นจูบที่เรียกร้อง โหยหา สัมผัสที่ได้รับทำให้ธัญญาธรสับสน ส่งผลให้เจ้าของความหอมหวานตอนนี้กลับนิ่งเงียบ ไม่ต่อต้านเขาเลยสักนิด อนวัฒน์รับรู้ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปนี้ได้ จึงถอนจูบออก “พอใจแล้วใช่ไหม?” คำพูดเรียบๆ ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ของธัญญาธรก็ทำเอาอนวัฒน์พูดอะไรไม่ออกเช่นกัน เธอเอ่ยขอโทษเขาแล้วแต่สิ่งที่ได้รับมันเป็นแบบนี้นะเหรอ แม้จะตกใจกับแววตาเย็นชาแฝงไปด้วยความเจ็บปวดของธัญญาธรที่มองมาให้ ส่งผลต่อจิตใจของคนที่ได้เห็นแม้จะเป็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นก็ตาม ถึงอย่างนั้นอนวัฒน์ก็พยายามปัดความรู้สึกที่ว่าออกไป ก่อนจะเอ่ยคำพูดที่ปาดลึกหัวใจคนฟัง “นี่มันยังน้อยไป คนอย่างเธอลงไปดิ้นตายตรงหน้าฉันก็ไม่สงสารสักนิด”

อ่านเลย
ร่ายรักไฟเสน่หา

ร่ายรักไฟเสน่หา

5.0

“ฉันจะไม่มีวันปล่อยเธอไป แม่สาวน้อยของฉัน”นี่คือความในใจของ ‘อีธาน’ ที่มีต่อ ‘มธุรดา’ หญิงสาวที่เขาตามหา เพื่อให้มารับบท ลออดาวนางเอกหนังฟอร์มยักษ์ ‘ร่ายรัก ไฟเสน่หา’ เป็นนิยายสายโรมานซ์ที่ ‘อีธาน’ ถึงขั้นลงทุนปลอมตัวไปเป็นคนสวน ไหนจะช่วยสอนแอคติ้งให้‘มธุรดา’ แถมยังเลือกสอนเฉพาะการจูบเสียด้วยพระเอกนี่หึงแบบมึนๆส่วนนางเอกก็รักคนมึนๆ แบบไม่รู้ตัว แม้แรกๆ จะออกแนวเกลียดก่อนจะรักบ้างก็เถอะ

อ่านเลย
ลมหายใจแห่งวายุ

ลมหายใจแห่งวายุ

5.0

เขาคือเพื่อนพี่ชายที่แอบหลงรักน้องสาวของเพื่อนโดยไม่รู้ตัว ส่วนเธอคือเด็กสาวที่เอาแต่แอบหลงรักรุ่นพี่! โดยมองข้ามใครบางคนไปเช่นกัน เรื่องชุลมุนของคนแอบรักจึงเริ่มต้นขึ้น -------------------------------------- สามเดือน! คือเวลาที่ฉันอยากมาอยู่ใกล้กับเขาก่อนจะห่างกันไป สามเดือน! คือเวลาที่มันสั้นมากสำหรับฉัน แต่เพราะไม่อาจปลอมตัวไปเป็นคนรับใช้เหมือนในละคร นั่นเพราะเป้าหมายอยู่คอนโดมิเนียม จะไปสมัครเป็นแม่บ้านก็เต็ม ถามย้ำกี่ทีนิติบุคคลก็ยังไม่รับเพิ่ม ยามรักษาความปลอดภัยเองก็ด้วย จะไปซื้อห้องอยู่ข้างๆ หรือชั้นเดียวกันเพื่อส่งสายตาปิ๊งๆ หรือหาจังหวะขอความช่วยเหลือห้องก็เต็มอีก…เฮ้อ! รักครั้งนี้ของฉันมันช่างมีอุปสรรคเหลือเกิน ทางออกเดียวที่คิดได้ในตอนนั้นคือมาใกล้ชิดกับพลังงานลึกลับที่มีอิทธิพลต่อใจฉันที่ทำงานมันเสียเลย ถึงขนาดไปบนบานศาลกล่าวก็ยอม นี่คงต้องหาเวลาไปวิ่งแก้บนสักวัน...อิอิ เนื่องจากมีเวลาแค่สามเดือน ฉันจึงต้องทำทุกวันให้มีค่ามากที่สุด ฉันเริ่มวางแผนอันชั่วร้ายในหัว คิดไปคิดมาจึงเตะปลั๊กพ่วงและนั่นทำให้คอมพิวเตอร์ฉันดับสนิททันที “พี่อ้อยคะ คอมหนูพังจะติดต่อฝ่ายไอทีได้ที่เบอร์ไหนบ้างคะ” สีหน้าและแววตาของฉันใสซื่อสุดๆ แต่ในใจนั้นลิงโลด เพราะฉันจะได้เจอคนที่อยากเจอแบบใกล้ๆ ได้สบตา ได้คุย ได้บอกว่าฉันก็ทำงานที่นี่เหมือนกัน อยากรู้จังว่าถ้าเขารู้จะทำหน้ายังไงนะ -------------------------------------- ผมจงใจมอมเหล้าจิณณ์ ใช่แล้วครับ คุณอ่านไม่ผิดหรอก นั่นก็เพราะผมมีอะไรจะสารภาพแต่กลับไม่กล้าพอที่จะพูดออกไปตรงๆ เหล้าที่มีก็ร่อยหรอ เพิ่งรู้ว่าจิณณ์ก็คอทองแดงเหมือนกัน ส่วนสันต์นั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะต่อให้ขนเหล้ามาทั้งโรงงานก็มอมมันไม่ได้ นั่งดื่มกันไปมา โดยผมแอบเทเหล้าทิ้งเสียเป็นส่วนใหญ่ นั่นเพราะกลัวจะเป็นฝ่ายเมาเสียเอง กระทั่งเห็นว่าจิณณ์เริ่มกรึ่มๆ ครึ่งเมาครึ่งมีสติ ผมรีบยกเหล้าในแก้วขึ้นดื่มเพื่อดึงความกล้าชนิดรวดเดียวหมด “จิณณ์ ข้ามีอะไรจะสารภาพว่ะ” “อะไร” “ข้าคิดว่าข้าคิดไม่ซื่อกับน้องสาวเอ็ง” “ยังไงที่ว่าคิดไม่ซื่อ” “ข้าชอบปาย” “อืมม์…ข้าก็ไม่ได้ว่าอะไร เดี๋ยวๆ ตะกี้เอ็งว่าอะไรนะไอ้ลม” จิณณ์มันหันมามองหน้าผมนิ่ง แววตาของมันราบเรียบไม่โกรธไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ แบบนี้มันยิ่งน่ากลัว แต่ผมมาถึงขั้นนี้แล้ว เป็นไงเป็นกัน “ข้าบอกว่า ข้าชอบปาย น้องสาวเอ็ง” “ไอ้เพื่อนสารเลว นี่เอ็งคิดจะกินบนเรือนขี้รดบนหลังคาบ้านข้าเหรอวะ ปายคือน้องสาวข้าเป็นเหมือนน้องสาวเอ็งนะเว้ย” จิณณ์โถมตัวเข้าหาผมทันที ขนาดมันเมาแรงยังเยอะราวกับช้างตกมัน “น้องสาวเอ็งคนเดียวไม่เกี่ยวกับข้า” “อ้าว! ไอ้นี่”

อ่านเลย
ลิขิตรัก พันธนาการหัวใจ

ลิขิตรัก พันธนาการหัวใจ

5.0

รักแรกพบ อาจเกิดขึ้นไม่ง่ายนัก แต่เมื่อได้เกิดกับหัวใจของผู้ชายที่ชื่อพระนาย ชายหนุ่มจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่ใกล้ ขวัญข้าว ดวงใจของเขา ++++ “นายช่วยฉันหน่อย ฉันทรมาน” ขวัญข้าวพร่ำบอกความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคย ความต้องการส่วนลึกดูจะมีอิทธิพล จนทำให้ขวัญข้าวเอ่ยพูดสิ่งนั้นออกไป สติของเธอตอนนี้แทบจะหลุดลอย “ทรมาน คุณเป็นอะไร?” “ไม่รู้... แต่ฉันแค่ต้องการ น่ะ... นาย... ขอร้องทำอะไรก็ได้ ฉัน... ฉัน... ทนไม่... หวะ... ไหว” ขวัญข้าวพูดติดขัดปานจะขาดใจ พูดจบก็หอบเหนื่อย ใบหน้าร้อนผ่าวๆ เพราะความเขินอายที่ตัวเองเป็นฝ่ายเชิญชวนเขาไปตรงๆ ก่อนจะก้มหน้าต่ำมองพื้นห้อง พระนายรั้งใบหน้าของขวัญข้าวให้มองมายังเขา

อ่านเลย
เล่ห์รักแดนทมิฬ

เล่ห์รักแดนทมิฬ

5.0

‘เซ็กซ์…บางคนอาจใช้แค่สนองต่อตัณหา ราคะ แต่สำหรับเขา เซ็กซ์…มันช่างหอมหวาน และเหมือนยาเสพติด ที่ร้ายกาจแต่ก็ไม่อาจลด ละ เลิก ได้’-----“เปิดปากหน่อยที่รัก” เสียงกระเส่าของภามเอ่ยกระซิบบอกคนในอ้อมกอดที่หลับตา ขบเม้มริมฝีปากไว้แน่นเพราะกลัวถูกรุกล้ำจากลิ้นร้อนๆ ของชายหนุ่ม แต่ถึงแม้รุ้งไพลินจะไม่ยอมเปิดปาก ภามก็มีวิธีของเขา มืออุ่นๆ ของชายหนุ่มเริ่มลูบไล้ส่วนเว้าส่วนโค้งของหญิงสาวมากขึ้น “ปล่อย” เสียงห้วนๆ ที่แฝงสั่นเครือของรุ้งไพลินเอ่ยสั่ง แต่คำสั่งนี้กลับเป็นช่องโหว่ ให้ภามจู่โจมเธอได้มากขึ้น ชายหนุ่มปะกบริมฝีปากลงมาปิดกั้นคำพูดใดๆ พร้อมกับส่งลิ้นเข้าไปสำรวจสลับดูดดื่มความหอมหวานจากโพรงปากอิ่มชวนให้หลงใหลมากกว่าอื่นใด“หยุดผม ไม่งั้นเธอไม่รอดแน่” รุ้งไพลินใช้กำปั้นน้อยๆ ทั้งผลัก ทั้งทุบแผงอกชายหนุ่ม แต่คนชอบแกล้งก็ยังนั่งยิ้มไม่ไหวติง “แรงแค่นี้มันไม่พอรู้ไหม” รุ้งไพลินจะเอาตัวรอดจากภามได้ไหม เธอจะพยศหัวใจจากหนุ่มลูกครึ่งไทย-อิตาลี นัยน์ตาสีฟ้าคนนี้ได้อีกนานแค่ไหน และใครกันคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมที่สะเทือนขวัญ

อ่านเลย
ฟ้าหลงตะวัน

ฟ้าหลงตะวัน

5.0

เธอ...ผู้เปรียบเหมือนรักครั้งแรกของ เขา และ เขา คือความทรงจำในวันวานของ...เธอ ทั้งเธอและเขา ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ก่อให้เกิดความรักครั้งใหม่ ที่หอมละมุน รัญจวนใจ +++++ ต้นน้ำสอดลิ้นเข้าไปชิมความหอมหวานจนทั่ว จูบที่อ่อนหวาน เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน มือทั้งสองข้างของเขาก็ลูบไล้แผ่นหลังได้รูปของพัทธนันท์ ดูเหมือนครั้งนี้เธอจะตอบรับเขามากขึ้น ถึงจะจูบไม่เก่ง แต่เธอก็เรียนรู้ได้เร็ว ต้นน้ำยอมถอนจูบอ่อนหวานออก แม้จะไม่เต็มใจนัก เพราะถ้าเขายังจูบอยู่แบบนี้มีหวังเขาต้องลงแดงตายแน่ “ฟ้าทำให้ผมคลั่งรู้ไหม?” ต้นน้ำถอนจูบออกพร้อมกับคำพูดที่ทำให้พัทธนันท์ก้มหน้างุด แต่เขาก็ใช้ความไวฉกไปที่ริมฝีบากบวมนิดๆ ของพัทธนันท์ พร้อมกับมอบจูบที่เร่าร้อนให้ “ หวานจัง ” ริมฝีปากหยักได้รูปพูดประชิดริมฝีปากหวานที่เริ่มบวมเจ่อ เพราะฝีมือคนตรงหน้า พัทธนันท์อายจนแก้มแดงปลั่งจนรู้สึกถึงไอร้อนบนใบหน้า และตอนนี้เธอก็หลบสายตาคมคู่นี้ไม่ได้เลย

อ่านเลย
มุกร้อยกะรัต

มุกร้อยกะรัต

5.0

‘อันดามัน ดาวประดับบ่า ล่องหน เส้นผมบังภูเขา มุก’ ปริศนาทั้งห้า ที่ณิชาต้องสืบเพื่อแก้ปม ปริศนาทั้งห้า ที่เชื่อมต่อ โยงใยไปถึงคำว่ามุกร้อยกะรัต ปริศนาแห่งความท้าทายที่มาพร้อมความตายของพี่ชาย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ณิชาเลือกที่จะสานต่อ ทำภารกิจเปิดฉากเกมกระชากวิญญาณนี้ให้สำเร็จ เพื่อสืบหาผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งความจริงที่ได้รู้ ทำให้เธอต้องเลือกระหว่างหน้าที่หรือความรัก

อ่านเลย
ประมูลรักซาตาน

ประมูลรักซาตาน

5.0

เมื่อเธอถูกประมูลราวกับสินค้าและเขาคือคนที่ได้สินค้าอย่างเธอมาครอง!------การผ่าเย็บแผลสดๆ ครั้งแรกไม่ได้เกิดขึ้นในโรงพยาบาล หากเกิดขึ้นในโรงแรมแห่งหนึ่ง จันทร์เจ้า นักศึกษาพยาบาลชั้นปีสาม มือไม้สั่นขณะพยายามใช้วิชาความรู้ที่ได้เรียนมาเย็บปิดบาดแผลรวมถึงการห้ามเลือดเพื่อยื้อชีวิตของชายนิรนามที่มีคนขอให้เธอมาช่วยเขา แต่ชายหนุ่มก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เขาทิ้งไว้เพียงจี้เพชรรูปหยดน้ำไว้ต่างหน้า รวมถึงกระดาษลายมือไก่เขี่ยว่า ‘ขอบคุณ จาก ภควัต’สี่ปีหลังจากนั้น ค่ำคืนที่จันทร์เจ้าเหมือนตกนรกทั้งเป็นก็มาเยือน และหลังจากนี้ ชีวิตเธอก็เปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อหัวใจสองดวง หวนกลับมาพอกันอีกครั้ง

อ่านเลย
พยศรักปรารถนาเถื่อน

พยศรักปรารถนาเถื่อน

5.0

ภารกิจสายลับฉบับมือใหม่ที่ ‘ศรินภัสร์’ ตบปากรับคำชายคนที่ตนแอบรักว่าจะแฝงตัวเข้าไปสืบคดีตัดไม้เถื่อนที่ปางไม้แห่งหนึ่ง ทั้งๆ ที่เธอไม่ชอบงานแบบนี้นักเพราะล้วนแต่อันตรายรอบด้านแต่เพื่อรักจึงยอมทำ เมื่อไปถึงปางไม้กลับรู้ว่าที่นั่นเป็นของ ‘วาโย’ คู่หมั้นที่เธอแสนเกลียดชัง วาโยมองศรินภัสร์ในแง่ร้ายในทันทีว่าการที่เธอลงทุนมาหาถึงปางไม้ก็เพราะอยากแต่งงานกับเขาจนตัวสั่น วาโยร้ายกาจกับศรินภัสร์ทุกอย่าง ทำร้ายจิตใจเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อเธอยังไม่ยอมแพ้เขาจึงรุกหนักจากทำร้ายจิตใจก็เริ่มเปลี่ยนมาทำร้ายร่างกายด้วยสัมผัสที่วาบหวาม วาโยรั้งตัวศรินภัสร์ไว้ ด้วยแรงและความสูงของเขาทำเอาคนตัวเล็กถึงกับลอยขึ้นจากพื้น ก่อนจะวางเธอนอนราบบนโต๊ะอาหารแล้วรวบมือทั้งสองข้างของศรินภัสร์ไว้เหนือศีรษะ รอยฟันบนหัวไหล่เขาที่เธอฝากไว้วันนี้ต้องสะสางพร้อมกัน “อวดดีนักใช่ไหม” เสียงทุ้มดังอยู่ในลำคอ “ปล่อยนะ ปล่อย” ศรินภัสร์ออกแรงยื้อสุดกำลังเพื่อหวังเป็นอิสระ แต่ไม่นานเสียงค้านนั้นก็หายไปเมื่อวาโยประกบริมฝีปากที่ยังมีคราบครีมคาโบนาร่าเกาะอยู่หวังปิดกั้นเสียงค้านที่ไร้ประโยชน์ของศรินภัสร์ เธอพยายามดิ้นรนแต่นั่นยิ่งทำให้คนอ่อนประสบการณ์หมดเรี่ยวแรง จูบครั้งนี้ไม่ได้ต่างจากครั้งแรกวาโยต้องการลงโทษศรินภัสร์ที่กล้าทำแบบนี้กับเขา ลิ้นร้อนๆ ซอกซอนอยู่ในโพรงปากหวานปานน้ำผึ้ง ศรินภัสร์ตาโตตอนนี้ทำอะไรไม่ถูก อากาศน้อยลงไปทุกขณะเธอกำลังจะขาดอากาศหายใจใช่ไหม ทำไมถึงได้รู้สึกหูอื้อตาลายมองอะไรก็พร่ามัวไปหมดแบบนี้

อ่านเลย
รักฉบับคลับโฮสต์

รักฉบับคลับโฮสต์

5.0

‘เมื่อสาวเฉิ่ม ผู้มีพรสวรรค์เรื่องแฟชั่นชนิดติดลบ ต้องกลายมาเป็นเจ้าของคลับโฮสต์คนใหม่ ส่วนเขาคือโฮสต์ที่ฮอตที่สุดของคลับ เมื่อพรหมลิขิตเริ่มทำงาน คนสองบุคลิกจึงโคจรมาเจอกัน งาน ความรัก และการฆาตกรรม คือสิ่งที่พวกเขาต้องพบเจอ’ ------------------------------------------------------- “เพราะผู้หญิงแบบคุณ แววตาแบบคุณ ไม่ได้บ่งบอกว่ากำลังต้องการผู้ชายเพื่อคลายเหงา” “นายเก่งขนาดอ่านแววตาฉันออกเลยหรือไง” เอ่ยจบแพรทับทิมก็รวบรวมความกล้าสบตากับกายไปตรงๆ แต่ดูเหมือนเธอจะแพ้ เพราะต้องหลบสายตาของกายที่มองเธอกลับมาเสียเอง “หรือไม่จริง” เสียงทุ้มเอ่ยถาม “ไม่จริง” โทนเสียงของแพรทับทิมติดสั่นเล็กน้อย เพราะประหม่านั่นเอง “ถ้าจริง คืนนี้คุณก็ให้ผมดูแล ไม่อย่างนั้นก็แสดงว่าคุณโกหกผม” “ฉันไม่อยากให้นายมาดูแล” “คุณไม่มีสิทธิ์เลือก เพราะว่าคุณได้บุ๊คกิ้งผมไปแล้ว และถ้าต้องการยกเลิกคุณต้องจ่ายค่าเสียเวลาให้ผม” กายยักคิ้วให้ นั่นทำเอาเธอแยกเขี้ยวใส่ “เท่าไหร่” แพรทับทิมคว้ากระเป๋าที่วางอยู่ข้างตัวมาถือไว้ พร้อมจะจ่ายค่าเสียเวลาให้ตามที่ชายหนุ่มร้องขอ ขอเป็นสายเปย์ดูสักตั้ง หวังว่ากระเป๋าเธอมันจะไม่ฉีกเสียก่อนนะ “ผมไม่รับเป็นเงิน” “เอ้า! แล้วนายอยากได้เป็นอะไรก็บอกมา” “ผมชอบรับเป็น…จูบ” “จูบ!” คนฟังตาโต ใจนี่เต้นโครมครามกับรูปแบบการจ่ายค่าเสียเวลาที่ได้ยิน “ใช่…จูบที่ว่ามันต้องดูดดื่มแบบปากประกบปากด้วยนะครับ จูบแบบเด็กอนุบาลไร้ประสบการณ์ผมก็ไม่รับ” “ฉันบุ๊คกิ้งก็ได้” คำตอบของแพรทับทิมทำเอากายยิ้ม พยายามกลั้นเสียงหัวเราะจนเจ็บแก้มไปหมด เธอดูเอาจริงเอาจัง พร้อมจะเปย์ แต่สุดท้ายก็ถอย เมื่อรู้ว่าเขาต้องการค่าเสียเวลาเป็นอะไร ----------------------------------------------------- “แกอย่ามโนไปไกล ฉันกับกายแค่คบกันเฉยๆ สัมผัสร่างกายกันมากสุดก็แค่จูบ ยังไม่ถึงขั้นฟิตเจอริ่งย่ะ” “จูบกันแล้วด้วยเหรอ” “อื้อ” แพรทับทิมพยักหน้ารับเขินๆ “โอ๊ย! อิจฉา แกมีจูบแรกแล้ว ส่วนฉันนี่คงแห้งเหี่ยวบนคานแน่ๆ” แก้มใสห่อเหี่ยวลงไปถนัดตา สำหรับเธอยินดีกับความรักของ แพรทับทิมและกายเสมอ เพราะเพื่อนเธอควรจะมีคนดีๆ เข้ามาดูแล และเท่าที่ได้รู้จัก กายก็คือคนดีคนหนึ่ง “แกก็ไปจูบไอ้ปุณมันดิ” ข้อเสนอของแพรทับทิมมันยากที่แก้มใสจะทำได้ “มันได้ถีบฉันเข้าให้น่ะสิ นี่ก็ยังเคืองๆ มันอยู่ งานที่คลับโฮสต์แกก็ไม่มีอะไรให้ไปช่วยสืบ ยังไม่ยอมลาออกอีก” “หึงมันเหรอ” “อื้อ” แก้มใสพยักหน้ารับ “งั้นเดี๋ยวฉันฉีกสัญญาไอ้ปุณมันให้ เพราะดูท่ามันจะเพลินกับการได้เทคแคร์สาวๆ สวยๆ จนลืมแก” “หึ…ถ้ามันมีฉันในสายตานะ ป่านนี้มันตรัสรู้ไปนานแล้วว่าฉันแอบชอบมันอยู่” คนแอบรักชักจะถอดใจ นั่นเพราะยังไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันจะจบยังไงเหมือนกัน สงสัยต้องรักแบบหลบๆ ซ่อนๆ อยู่แบบนี้ไปตลอดมั้ง “ฉันถึงให้แกบอกชอบมันอยู่นี่ไง แกก็รู้ไอ้ปุณมันซื่อบื้อ” แม้ปุณจะเสน่ห์แรง มีสาวๆ ข้างกายไม่ขาด แต่เอาเข้าจริงปุณแทบจะมองผู้หญิงไม่ออก ว่าคนไหนจริงใจหรือแค่สนุก

อ่านเลย
จุมพิตยมทูต

จุมพิตยมทูต

4.0

ริมฝีปากหยักของอันเดรสละเลียดสัมผัสริมฝีปากอิ่มที่แสนหวานของเมลดานานแสนนาน นานจนเกือบทำให้เธอขาดอากาศหายใจ แม้จะไม่อยากถอนจูบออกตอนนี้ แต่เขาก็ต้องตัดใจ “จูบนี่คือคำตอบ ว่าเราเป็นแฟนกันแล้วนะน้องเม” “แน่ใจแล้วนะคะ ว่าพี่สิงห์ชอบผู้หญิงขี้เหร่อย่างเมจริงๆ” คำพูดถ่อมตัวของเมลดา ทำให้อันเดรสมันเขี้ยว จนต้องยื่นมือมาบีบจมูกโด่งๆ ของเธอเบาๆ ทุกอย่างกำลังสวยงาม แต่ทว่ากลับต้องมาจบลงและไร้ซึ่งการบอกลา หากคุณรู้สึกตัวจากอุบัติเหตุแล้วคุณสามารถมองเห็นวิญญาณได้ คุณจะรู้สึกอย่างไร และหากวิญญาณดวงนั้นคือวิญญาณของคนที่คุณรัก…คุณจะทำยังไง ซ้ำร้ายเขายังจำคุณไม่ได้ และเขาเป็นถึง ‘ยมทูต’ นั่นคือเรื่องราวของ ‘เมลดา’ และ ‘อันเดรส’ หนุ่มสาวที่เพิ่งคบกันเป็นแฟน แต่ทว่าโชคชะตากลับทำให้คนทั้งคู่ต้องมาพรากจากกัน ต้องอยู่คนละภพ แต่ทั้งคู่ก็หวนกลับมาพบกันอีกครั้ง ความรักของหนึ่งมนุษย์ หนึ่งยมทูต จะจบลงอย่างไร ทั้งคู่จะสมหวังในรักหรือต้องพลัดพรากจากกันไปตลอด ตามลุ้น ตามอ่าน ตามเชียร์ ตามมาฟินจิกหมอนชนิดที่ว่าน้ำตาลยังเรียกพี่ได้ใน ‘จุมพิตยมทูต’ นะคะ แล้วคุณจะซึ้งไปกับความรักของพวกเขา

อ่านเลย
กลรักพนันหัวใจ

กลรักพนันหัวใจ

5.0

มีคนอยู่ประเภทหนึ่งที่ต่อให้รักก็ยังปากแข็งว่าไม่รัก และมีคนอยู่ประเภทหนึ่งที่ต่อให้เขาไม่รักก็ยังคงรักไม่เปลี่ยน ‘ม่อนรักพี่มิณทร์ โตขึ้นม่อนจะเอาพี่เป็นผัว คนอื่นห้ามยุ่ง’ นั่นคือคำประกาศจากยัยเด็กกะโปโล อ้วนดำ ผมหยิกหัวฟูฟ่อง ขี้หูขี้ตาเกราะเต็มหน้าที่ชื่อว่าดารัณ ประโยคนั้นทำเอามิณทร์ถึงกับต้องถอยห่างและก้าวออกไปจากการเป็นพี่ชายที่แสนดีของเธอ ชายหนุ่มจงใจไม่เข้าใกล้ในขณะที่หญิงสาวเองก็อายและไม่กล้าเผชิญหน้ากับเขาเช่นกัน กระทั่งเวลาได้ผ่านไปจนทำให้ทั้งคู่หวนกลับมาเจอกันในวัยหนุ่มสาว เธอสวยขึ้นดูดีขึ้นและไม่ได้อยากแต่งงานกับพี่ชายอย่างมิณทร์อีกแล้ว แต่แทนที่จะดีใจเขากลับตื้อเพื่อให้ได้หัวใจของเธอคืนมา

อ่านเลย

คุณอาจชอบ

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ

4.8

เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที

อ่านเลย
ชายาข้าเป็นหมอนิติเวช

ชายาข้าเป็นหมอนิติเวช

4.9

วิญญาณแพทย์นิติเวชที่มีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 21 ได้เข้ามาอยู่ในร่างคุณหนูของจวนเสนาบดีอย่างบังเอิญ ผู้คนกล่าวหาว่านางไม่เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และทำให้บุตรชายของแม่ทัพตาย ด้วยเหตุนี้ฮ่องเต้ต้องการฆ่านางเพื่อให้คำอธิบายกับแม่ทัพ! ผู้คนกล่าวหาว่านางเป็นคนหยิ่งยโสและเจ้ากี้เจ้าการ ทุกคนเกลียดนาง และครอบครัวของนางต้องการไล่นางออก! ผู้คนกล่าวหาว่านางเป็นคนเลวทรามและไร้ความปรานี วางยาน้องสาว และพ่อของนางต้องการโบยนางจนตาย! ในความเป็นจริงหากอยากจะกล่าวหาผู้ใดสักคน มันก็หาข้ออ้างได้ทั่ว แต่นางเป็นคนไม่ยอมใคร นางผอมบางนางหนึ่งปลุกปั่นโลกด้วยความสามารถอันทรงพลังตนเอง ท่านอ๋องกล่าวว่า หากได้เจ้ามาครอบครอง ข้ายอมทรยศทุกคนในโลก นางกล่าวว่า เพื่อท่าน ต่อให้ทุกคนในโลกเกลียดข้า ข้าก็ยอม

อ่านเลย
หย่าแล้วไง อดีตภรรยาคือบอสลับ

หย่าแล้วไง อดีตภรรยาคือบอสลับ

5.0

ฉันลากร่างที่โชกเลือดของสามีออกมาจากซากรถและปั๊มหัวใจช่วยชีวิตเขาอย่างสุดกำลังเมื่อสามปีก่อน แต่วันนี้ เขากลับโยน "ใบหย่า" ใส่หน้าฉันอย่างแรง พร้อมด่าทอว่าฉันเป็นนางแพศยาที่กล้าผลักเมียน้อยของเขาตกน้ำ เขาดึงผู้หญิงคนนั้นมาหลบอยู่ด้านหลัง ปกป้องเธอราวกับสมบัติล้ำค่า แล้วหันมามองฉันด้วยสายตาราวกับมองขยะเปียกชิ้นหนึ่ง "ไสหัวออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้! ไปแต่ตัว!" เขาไล่ฉันออกจากตระกูลคล่องแคล่วกลางดึกที่พายุฝนโหมกระหน่ำ โดยไม่ให้หยิบของติดตัวไปแม้แต่ชิ้นเดียว พร้อมกับทิ้งคำเย้ยหยันไว้ว่า ถ้าไม่มีเงินของเขา ฉันก็ไม่มีปัญญาเอาชีวิตรอดได้แม้แต่วันเดียว ท่ามกลางความหนาวเหน็บ ฉันทรุดลงไปกองกับพื้นและอาเจียนออกมาอย่างหนัก ก่อนจะได้รับผลตรวจเลือดว่า... ฉันกำลังตั้งครรภ์ การทุ่มเทความรักมาตลอดสามปีแลกมาด้วยบาดแผลเต็มตัวและการถูกหักหลังอย่างเลือดเย็น เขาและทุกคนในสังคมชั้นสูงต่างหัวเราะเยาะ คิดว่าฉันเป็นแค่แม่บ้านไร้ค่าที่ถูกเขี่ยทิ้ง เป็นผู้หญิงหิวเงินที่ไม่มีทางสู้ แต่พวกมันไม่มีใครรู้เลยว่า เพื่อที่จะมาเป็นภรรยาของเขา ฉันยอมเก็บซ่อนตัวตนและสละป้ายคำสั่งแห่ง "เปลวอัคคี" องค์กรใต้ดินที่ทรงอิทธิพลที่สุดทิ้งไป ฉันมองหยาดฝนที่ปะปนไปกับน้ำตา ก่อนจะล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดโทรออก "ศศิธร ฉันหย่าแล้ว เตรียมรถให้หน่อย" หนี้ที่พวกมันติดค้างฉันไว้ ถึงเวลาที่ฉันจะกลับไปทวงคืนทั้งต้นทั้งดอก และเหยียบย่ำความหยิ่งยโสของพวกมันให้จมดินบนสนามแข่งรถ!

อ่านเลย
เขาคือความฝันของโลกมนุษย์

เขาคือความฝันของโลกมนุษย์

5.0

นางเอกสาวพราวเสน่ห์ของโลกมนุษย์ VS พระเอกอ่อนโยนแสนร้ายกาจ สามปีต่อมา เธอกลับมาที่เมืองจินเฉิงอีกครั้ง ก็มีชาติตระกูลโด่งดัง มีคนรักที่รักใคร่กลมเกลียวกับลูกแฝดน่ารักคู่หนึ่ง เดินถือแก้วไวน์ไปในงานเลี้ยง เธอยิ้มสดใสเหมือนดอกไม้แรกแย้ม แต่เมื่อหันหลังกลับ กลับถูกเขาจับตัวกดไว้กับด้านหลังเสาที่ไม่มีคน เขาคือดวงดาวริบหรี่บนท้องฟ้ายามราตรี เป็นความฝันที่เคยไกลเกินเอื้อมของเธอในอดีต แต่ตอนนี้กลับพูดเสียงเข้มข้นข้างหูว่า “ในที่สุดเธอก็กลับมาแล้ว! ” ริมฝีปากของเธอถูกกัดจนเป็นแผล แววตาเต็มไปด้วยความดื้อรั้นไม่ยอมแพ้ “คุณเว่ย ต้องให้ฉันเตือนคุณไหม? เราหย่ากันไปนานแล้วนะคะ”

อ่านเลย
แค้นนี้ต้องชำระ

แค้นนี้ต้องชำระ

4.9

ซ่งชิงเหอโดนหักหลังและกลายเป็นฆาตกรในสายตาคนอื่น เธอจึงหย่ากับสีจั้นถิง สามีของเธอ และเดินทางออกจากเมืองหวยไปด้วยความเกลียดชัง หกปีต่อมา เธอหวนกลับมาราวกับนกฟีนิกซ์พร้อมกับคู่แข่งของสามีเก่าเธอ เธอเติบโตขึ้นกลายเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่ง เธอสาบานกับตัวเองว่าจะทำให้ทุกคนต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาทำไว้กับเธอ เธอยอมร่วมมือกับเขาเพียงเพื่อแก้แค้น โดยไม่รู้เลยว่าเธอตกเป็นเหยื่อของเขาไปแล้ว ในเกมแห่งความรักและความปรารถนา ไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายแล้วผู้ชนะที่แท้จริงจะเป็นใคร

อ่านเลย
คู่หมั้นเลือกรักเก่า ฉันวิวาห์ฟ้าแลบ

คู่หมั้นเลือกรักเก่า ฉันวิวาห์ฟ้าแลบ

5.0

ก่อนแต่งงานสามวัน ซวี่โม่เพิ่งจะรู้ว่าแฟนที่คบกันมาสามปีกำลังเตรียมงานแต่งงานกับเพื่อนสนิทในวัยเยาว์ “ลิ่งอี๋ถูกวินิจฉัยว่าเป็นอัลไซเมอร์ ความปรารถนาสุดท้ายในชีวิตก็คือไดุ้เป็นภรรยาของผมสักครั้งตอนที่ยังมีสติอยู่” “งานแต่งงานของเรายกเลิกไปก่อน รอเธอลืมผมไปสนิทแล้ว ผมจะกลับมาแต่งงานกับคุณนะครับ” เมื่อซวี่โม่รู้ความจริง ก็สงบนิ่งไม่ร้องไห้โวยวาย เธอโทรหาเบอร์ที่ไม่ได้ติดต่อกันมาสามปีเบอร์นั้น “พี่คะ ฉันตกลงแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลฟู่ ยอมแต่งงานกับทายาทผู้เย็นชาไร้หัวใจของตระกูลฟู่คนนั้นค่ะ” “อีกสามวัน ให้เขามารับตัวเจ้าสาวได้เลยค่ะ”

อ่านเลย
ทายาทสาวตัวจริง ทวงคืนทุกสิ่งอย่าง

ทายาทสาวตัวจริง ทวงคืนทุกสิ่งอย่าง

5.0

วันที่ครอบครัวที่แท้จริงซึ่งเป็นมหาเศรษฐีมารับตัวฉันกลับ พ่อแม่บุญธรรมโยนเช็คสองแสนบาทใส่หน้าและไล่ฉันออกจากบ้าน แต่ก่อนที่ฉันจะก้าวพ้นประตู รัศมี น้องสาวบุญธรรมก็กรีดร้องขึ้นมา กล่าวหาว่าฉันขโมยสร้อยเพชรราคาห้าแสนและแบบร่างดีไซน์จบการศึกษาของเธอไป แม่บุญธรรมสั่งให้คนค้นกระเป๋าเดินทางของฉันอย่างหยาบคาย และค้นเจอสร้อยคอเส้นนั้นที่รัศมีแอบยัดไว้จริงๆ เพื่อนบ้านต่างพากันมามุงดูและชี้หน้าด่าทอฉัน "แกมันเนรคุณ ขี้ขโมย! ไปโรงพักกับฉันเดี๋ยวนี้!" รัศมีบีบน้ำตาร้องไห้ฟูมฟาย บอกว่าฉันอิจฉาที่ถูกไล่ออก เลยกะจะทำลายอนาคตของเธอด้วยการขโมยผลงาน ส่วนพ่อบุญธรรมก็มองฉันด้วยสายตาผิดหวังเสแสร้ง ปล่อยให้ทุกคนรุมประณามและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน พวกเขาไม่เคยรู้เลยว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมา แบบร่างดีไซน์ที่หล่อเลี้ยงโรงงานใกล้เจ๊งของพวกเขา รถหรูที่รัศมีขับ เสื้อผ้าแบรนด์เนมที่พวกเธอใส่ ล้วนมาจากฝีมือการออกแบบของฉันทั้งสิ้น ทำไมพวกเขาถึงกล้าใช้การใส่ร้ายป้ายสีที่น่ารังเกียจมาตอบแทนความช่วยเหลือของฉัน ฉันมองดูละครปาหี่ของครอบครัวนี้ด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะง้างมือขึ้นแล้วตบหน้ารัศมีอย่างแรงสองฉาด ถึงเวลาที่ฉันจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง และทำให้พวกเขารู้ว่าการสูญเสียฉันไปคือจุดจบที่แท้จริงของตระกูลนี้

อ่านเลย
เล่ห์กลมนตร์กามเทพ

เล่ห์กลมนตร์กามเทพ

5.0

เพราะเขาคิดว่าน้องสาวของเขาหนีตามน้องชายของเธอไป เขาจึงมาจับตัวเธอไปเพื่อกดดันให้น้องชายของเธอพาน้องสาวของกลับมา แถมยังบังคับให้เธอเลี้ยงหลานคนเดียวของเขาอีก แต่คนอย่างเธอหรือจะยอมให้ใครกดขี่ข่มเหงได้ง่าย ๆ ตัวอย่างบางช่วงบางตอน "นี่คุณปล่อยฉันนะ" "เธอว่าน้องสาวของฉันใจง่ายใช่ไหม" "ก็มันเรื่องจริง น้องคุณใจง่ายท้องกับใครก็ไม่รู้ มากล่าวหาน้องชายของฉัน" เธอโต้ตอบกับเขาปากคอสั่นระริก "เธอนี่มันปากดีไม่เลิก" "ฉันต้องพูด ไม่อย่างนั้นคุณก็จะเอาความผิดทั้งหมดมาโยนให้ฉันแบบนี้ น้องคุณไปนอนกับใครจนท้อง ก็ไม่รู้ แล้วคุณก็มาด่าฉัน โกรธฉัน เกลียดฉัน มันใช่เหรอ น้องคุณไปนอนกับใครฉันไม่ได้ตามไปดูใต้เตียงนะ คุณเองล่ะตามดูน้องคุณไหม ก็ไม่ได้ตาม ถ้าตามไปจริง ๆ ก็คงห้ามไม่ให้ไปเอากับใครจนท้อง" "นี่เธอ!" เวคินโกรธจนตัวสั่น "ฉันพูดเรื่องจริง" "หุบปาก!" "ทำไมถึงทำเป็นรับไม่ได้ นี่คือเรื่องจริงล้วน ๆ ฉันทำงานอยู่ดี ๆ ทำมาหากินสุจริต เลี้ยงน้องมาด้วยลำแข้ง ลำบากก็ไม่เคยบ่นเพราะพ่อแม่ตายหมด จู่ ๆ คุณก็สั่งคนไปจับตัวฉันมา จะให้ฉันรับผิดชอบยังไง ถ้าเขาไปทำอะไรกันจนท้องจริง แล้วฉันจะทำอะไรได้ ฉันไม่ใช่เหาฉลามนะ จะได้ว่ายน้ำตามไปส่องดูเขาอยู่ตลอดเวลา" "อยากตายมากนักใช่ไหม" เวคินโกรธจนตัวสั่น "ทำไม ฉันพูดเรื่องจริงทำเป็นรับไม่ได้" "เธออยากตายใช่ไหม มานี่เลย" เวคินโกรธจนตัวสั่น ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครเคยด่าว่าเขาแบบนี้มาก่อน "นี่คุณจะทำอะไร ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ" เธอกรีดร้องอย่างตกใจ!!!

อ่านเลย
สามีเจ้าเล่ห์ อย่าเลวเกินไปนะ

สามีเจ้าเล่ห์ อย่าเลวเกินไปนะ

5.0

“คุณคะ กางเกงในของคุณสีอะไร สามารถให้ฉันดูหน่อยได้ไหมคะ? ” หลังจากแพ้จากเกมพูดความจริงหรือจะรับคำท้า ฉู่ซือก็คว้าผู้ชายคนหนึ่งมารับโทษ แต่กลับไม่คิดว่าอีกฝ่ายกลับเป็นสามีที่หายไปครึ่งปีอย่างไร้ร่องรอยหลังแต่งงาน คราวนี้คุณฟู่ก็ไม่ค่อยใจเย็นนัก เพิ่งกลับจากทำงานข้างนอก ภรรยาก็จะสวมเขาให้เขาแล้วเหรอ? เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวเองถูกสวมเขา คุณฟู่ก็เริ่มเข้าสู่โหมดตามใจภรรยาอย่างสุด ๆ

อ่านเลย
พ่อเพื่อน

พ่อเพื่อน

5.0

“หนูยังไม่เคย... ” สายป่านส่ายหน้าซ่านเสียว หล่อนหมายถึงไม่เคยโดนสอดใส่ด้วยท่อนเนื้อของบุรุษเพศ จึงไม่แปลกที่ร่องสวาทยังคับแน่นและตอดรัดได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ “ลุงเชื่อแล้วจ้ะ... เชื่อว่าหนูไม่เคย” จอห์นเสียงสั่นพร่า รีบครอบริมฝีปากขย้ำหัวนม ดูดขณะสอดลำนิ้วเข้าใส่ร่องเสียวของหญิงสาว ชักเข้าชักออกเสียงดังแจ่ะๆ จนน้ำหล่อลื่นแฉะออกมาอาบโคนนิ้วแข็ง “ลุงจอห์นขา... ป่านเสียวค่ะ... อ๊อย ทำไมมันเสียวขนาดนี้” เล็บแหลมเกร็งเกาะแขนกำยำของเอาเขาเอาไว้แน่น “อีกนิดนะครับ... ถ้าหนูลื่นพอเดี๋ยวลุงจะใส่ให้นะครับคนดีของลุง” จอห์นยังไม่อยากให้หญิงสาวตกใจ ยังไม่อยากให้ไก่ตื่น หล่อนอาจจะช็อคก็ได้... ถ้าได้เห็นความเป็นชายชาตรีขนาดไม่ธรรมดาของเขาที่ซ่อนลำแข็งจนปวดหน่วงอยู่ในเป้ากางเกงคับแน่น “ซี้ด... ใจจะขาดแล้วค่ะลุงจอห์นขา” หญิงสาวครางครวญ แทบขาดใจเพราะจุดอ่อนไหวในร่างกายกำลังโดนจู่โจมทั้งบนและล่าง หัวนมโดนดูดหนุบหนับ... พร้อมๆ กับนิ้วกลางของเขาที่ขยับเสียบเข้ามาในร่องเสียวไม่ยั้ง

อ่านเลย