“เปล่าค่ะ แค่กำลังคิดว่าจะคว้าใบสั่งซื้อของโอวจั๋วมาได้ยังไง”
ลู่ซีเหยี่ยนรู้ดีว่าเธอโกหก แววตาของเขาเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย
วินาทีต่อมา ฉินเฉี่ยนก็เผลอครางออกมาเบา ๆ ทำให้ลู่ซีเหยี่ยนกระตุกริมฝีปากบาง ๆ เผยรอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ “นี่คือบทลงโทษที่คุณใจลอย”
ลู่ซีเหยี่ยนรู้ดีว่าจะทำให้ฉินเฉี่ยนยอมจำนนได้ยังไง
หลังจากบทรักอันเร่าร้อนจบลง ฉินเฉี่ยนก็พักผ่อนอยู่ไม่นานนัก ก่อนจะลุกจากเตียงไปเตรียมน้ำอาบให้ลู่ซีเหยี่ยน
ลู่ซีเหยี่ยนยื่นมือมารั้งเธอไว้ “ช่วงนี้เงินไม่พอใช้เหรอ อยู่บนเตียงถึงยังคิดแต่เรื่องหาเงินอีก?”
ขณะที่พูด ลู่ซีเหยี่ยนก็กวาดมองไปตามร่างกายที่ขาวผ่องอรชรของฉินเฉี่ยน แม้ว่าบทรักเพิ่งจะสิ้นสุดลง แต่ฉินเฉี่ยนก็ยังสัมผัสได้ถึงเปลวไฟในดวงตาของลู่ซีเหยี่ยนที่ยังไม่มอดดับลง
เธอส่ายหน้าไปมา ปกติลู่ซีเหยี่ยนก็ใจป้ำอยู่แล้ว เธอจึงไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน
ในสายตาคนนอก ฉินเฉี่ยนกับลู่ซีเหยี่ยนต่างฝ่ายต่างก็ได้สิ่งที่ต้องการ เขาหลงใหลในร่างกายของเธอ ส่วนเธอก็รักในเงินของเขา
แต่มีเพียงฉินเฉี่ยนเท่านั้นที่รู้ว่า หลายปีมานี้เธอต้องอดทนพยายามมากแค่ไหน เพื่อไม่ให้ความรักของตัวเองถูกเปิดเผยออกมา
ไม่อย่างนั้นคงถูกลู่ซีเหยี่ยนขับไสไล่ส่งไปตั้งนานแล้ว
“เปล่าค่ะ” ฉินเฉี่ยนส่ายหน้าไปมา เธอเปลี่ยนหัวข้อสนทนาด้วยแววตาใสกระจ่างที่ดูจริงใจ “จะกลับแล้วเหรอคะ ถ้ายังไม่กลับ ฉันจะไปทำมื้อดึกให้คุณทาน”
วินาทีที่พูดจบ โทรศัพท์ของลู่ซีเหยี่ยนที่วางอยู่บนตู้หัวเตียงก็สั่นขึ้นมาได้ประจวบเหมาะพอดี ฉินเฉี่ยนเงียบเสียงลง แล้วก็หยิบชุดนอนผ้าไหมแท้ที่อยู่ด้านข้างมาคลุมตัวไว้
จากนั้นเธอก็ได้ยินน้ำเสียงที่เรียบเฉยแต่เปี่ยมไปด้วยความรักใคร่เอ็นดูของลู่ซีเหยี่ยนดังขึ้นมาว่า “โอเค ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”
หลังจากวางสาย ลู่ซีเหยี่ยนก็พลิกตัวลุกขึ้นจากเตียง เผยให้เห็นร่างกายที่กำยำแข็งแรงเปลือยเปล่า มันไม่ทำให้รู้สึกอาย แต่กลับดูเจริญตามาก
“คืนนี้ผมมีธุระ คงไม่ได้ค้างที่นี่แล้วล่ะ คุณรีบนอนแล้วกันนะ”
ฉินเฉี่ยนพอได้ยินแบบนั้น แม้จะได้ยินเสียงออดอ้อนของผู้หญิงปลายสายอย่างแจ่มชัด แต่เธอก็ยังพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายโดยไม่ได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียว
เธอเข้าไปในห้องแต่งตัวเพื่อหยิบเสื้อผ้าออกมาแต่งตัวให้กับลู่ซีเหยี่ยน ขณะที่กำลังผูกเนคไท เธอก็เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา แล้วก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมาว่า “ดึกดื่นป่านนี้แล้ว คุณลู่จะไปไหนเหรอคะ?”
ลู่ซีเหยี่ยนไม่ตอบ เพียงแค่กดมุมปากลงเท่านั้น พอฉินเฉี่ยนรู้ตัวว่าตัวเองพูดจาไม่เข้าหูอีกแล้ว จึงปิดปากเงียบ แล้วก็ช่วยติดกระดุมข้อมือให้เขาต่ออย่างเงียบ ๆ
ลู่ซีเหยี่ยนเกิดมาพร้อมใบหน้าที่ดูน่าเกรงขามโดยไม่ต้องแสดงอาการโกรธ ด้วยลักษณะงานทำให้เสื้อผ้าของเขามักจะเป็นทางการเสมอ เมื่อสวมใส่สูทสั่งตัดหลากหลายรูปแบบ จึงทำให้เขาดูเข้าถึงยากเข้าไปใหญ่
ถ้าพูดตามคำสมัยนิยมในตอนนี้ก็คือสไตล์เคร่งขรึมเย็นชาแบบชายหนุ่มผู้ไร้กิเลสนั่นแหละ
เธอหยิบเสื้อนอกจากไม้แขวนข้าง ๆ มาสวมให้ลู่ซีเหยี่ยน ทว่านิ้วมือของเธอก็ดันสัมผัสโดนกล่องสี่เหลี่ยมในกระเป๋าเสื้อเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ
อันที่จริงเธอรู้อยู่แล้วว่ามีอะไรอยู่ในกล่องนั้น มันคือแหวนหมั้นวงหนึ่ง
ทว่ามันไม่ใช่ของเธอ
เธอมีลางสังหรณ์ว่า บางทีหลังจากผ่านพ้นคืนนี้ไป ความสัมพันธ์ลับ ๆ ระหว่างเธอกับลู่ซีเหยี่ยนอาจจะสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ก็ได้
วันต่อมา เธอก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงโทรศัพท์ที่สั่นรัวขึ้นต่อเนื่อง เมื่อเปิดขึ้นมาดู เธอก็เห็นว่ากลุ่มแชทในที่ทำงานมีข้อความเด้งขึ้นมาเต็มไปหมด
แต่สรุปใจความสำคัญได้แค่ว่า
ลู่ซีเหยี่ยนกำลังจะหมั้นแล้ว!
ปกติแล้วเธอไม่ชอบทำตัวเป็นจุดสนใจ ในบริษัทจึงมีไม่กี่คนที่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับลู่ซีเหยี่ยน ซึ่งล้วนเป็นบรรดาเลขาและผู้ช่วยของลู่ซีเหยี่ยนด้วยกันทั้งนั้น
ด้วยเหตุนี้ การสนทนาในกลุ่มแชทของแผนกจึงดูจะคึกคักเป็นพิเศษ
ส่วนใหญ่เป็นพวกเด็กสาวที่เพ้อฝันและคร่ำครวญเสียดายที่ไม่ได้ลงมือรุกลู่ซีเหยี่ยนให้เร็วกว่านี้ แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่เรื่องล้อเล่นสนุกปากเท่านั้น
ทว่ามันกลับทำให้ฉินเฉี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง ถึงจะลงมือเร็วแล้วยังไงล่ะ? สุดท้ายก็โดนผลักไสไล่ส่งออกมาเหมือนกันไม่ใช่หรือไง?
หลังจากนิ่งอึ้งไปพักใหญ่ เธอก็เคาะปลายนิ้วลงบนหน้าจอเบา ๆ เพื่อเปิดเว็บข่าวขึ้นมา แล้วก็ได้เห็นใบหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ของลู่ซีเหยี่ยนปรากฏอยู่จริง ๆ
หัวข้อข่าวเด่นชัดสะดุดตามาก
‘ท่านประธานของเหิงเซิ่ง กรุ๊ปตกลงปลงใจกับลูกสาวเพียงคนเดียวของประธานกรรมการจากหมิงจู กรุ๊ป โดยจะจัดงานหมั้นขึ้นในวันที่สิบห้าเดือนนี้’